อดีตผู้ว่า ททท.ชงแผน Thailand’s Grand Comeback ฟื้นท่องเที่ยว
“การท่องเที่ยว” เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่เคยเฟื่องฟูให้ช่วยประคับประคองไม่ให้เศรษฐกิจเติบโตตํ่า จนหลายฝ่ายเห็นพ้องตรงกันว่า หากไม่มีภาคการท่องเที่ยวแล้ว เศรษฐกิจไทยอาจเติบโตติดลบ
โดยข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวฯระบุว่า สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 (ตั้งแต่ 1 ม.ค.-30 ก.ย. 68) พบว่ามีจำนวนสะสม 24,115,328 คน ลดลงร้อยละ 7.56 เทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.1 ล้านล้านบาท ลดลงร้อยละ 5.85
Thailand’s Grand Comeback
“ยุทธศักดิ์ สุภสร” ประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในฐานะอดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่านักเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวลง รวมทั้งการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยนั้นทำให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคาดการณ์การเติบโตของ GDP ในปีนี้ถูกปรับลดจากร้อยละ 2.8 เหลือร้อยละ 1.8 เช่นเดียวกับ IMF และธนาคารโลก ต่างปรับลดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยลงเหลือร้อยละ 1.8 และร้อยละ 1.6 ตามลำดับ
ประเด็นท้าทายคือ จะทำอย่างไรกับภาคการท่องเที่ยวเพื่อให้เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้ดีเหมือนในช่วงที่ผ่านมา
ดังนั้น เพื่อฟื้นฟูภาคท่องเที่ยวให้กลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย “ยุทธศักดิ์” จึงเสนอให้ดำเนินโครงการ Thailand’s Grand Comeback 2026 : The World’s Favorite Destination Returns
โดยมองว่า Thailand’s Grand Comeback เป็นแนวทางการดำเนินการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวของประเทศให้กลับมาเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวเหมือนในช่วงที่ผ่านมาได้ และสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ และสร้างกิจกรรมใหม่ ๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีศักยภาพให้เข้ามามากขึ้น บนแนวคิด Stronger, Warmer, More Amazing ท่องเที่ยวไทยแกร่งขึ้น อบอุ่นกว่าเก่า เร้าใจกว่าเดิม
Stronger แกร่งขึ้น
“ยุทธศักดิ์” บอกว่า ต้นทุนการใช้จ่ายในประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้ความได้เปรียบด้านราคาในฐานะจุดหมายปลายทางที่ค่าใช้จ่ายไม่สูงของไทยลดลง
โดยจากข้อมูลดัชนี Travel & Tourism Development (TTDI) ปี 2567 พบว่า ดัชนีการแข่งขันด้านราคาของไทยอยู่อันดับ 48 ของโลก ลดลงจากการสำรวจก่อนหน้า 3 อันดับ และเป็นอันดับรองสุดท้ายของกลุ่มอาเซียนในการแข่งขันด้านราคา ดังนั้น ไทยต้องปรับเปลี่ยนแนวทางในการทำการตลาดใหม่ โดยหันไปเน้น “ความคุ้มค่า” เป็นสำคัญ เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันภาคการท่องเที่ยวในฐานะจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่า
นอกจากนี้ ต้องเพิ่มการทำตลาดกับนักท่องเที่ยวกลุ่ม Quality Mass เช่น กลุ่ม MICE เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ขณะเดียวกันต้องเร่งส่งเสริมการขายในการนำเข้านักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง เช่น กลุ่ม Health and Wellness และกลุ่ม Bleisure (Business+Leisure)

แผนฟื้นท่องเที่ยว
รวมทั้งให้เร่งสื่อสารการตลาดกับทั้งกลุ่ม Re visit และ First Visit รวมถึงกลุ่ม First Time Passport Holder กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลับมาให้ได้ คนที่เคยมา (Re visit) ก็ให้กลับมาฟื้นความทรงจำของประสบการณ์เดินทางที่ผ่านมา คนที่ยังไม่เคยมา (First Visit) ก็ให้มาสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่จะกลายเป็นความทรงจำที่สุดประทับใจ และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง เช่น สายการบินต่าง ๆ โดยเพิ่มจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศไทยให้อัตราฟื้นตัวกลับมา (Recovery Rate) เพิ่มขึ้น
“หากสามารถเพิ่มทั้งจำนวนเที่ยวบินและจำนวนที่นั่งให้กลับมาฟื้นตัวเต็มที่ก็จะไม่ทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินสูงเกินไป”
เพราะถ้าราคาตั๋วเครื่องบินโดยสารสูง อาจทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจไม่เดินทางท่องเที่ยวมาประเทศไทย แล้วเลือกไปที่อื่นที่มีต้นทุนในการเดินทางตํ่ากว่า
Warmer อบอุ่นกว่าเก่า
และยังบอกด้วยว่า ต้องเปลี่ยนสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยใหม่ให้เป็นที่รับรู้และยอมรับในฐานะ “ประเทศแห่งรอยยิ้มของคุณภาพและความปลอดภัย” หรือ Thailand : The Land of Smiles Defined by Quality Trusted for Safety
เน้นสร้างเชื่อมั่นในระบบการรักษาความปลอดภัย โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการยกระดับปัจจัยด้านความมั่นคงปลอดภัย โดยเฉพาะความเชื่อมั่นในตำรวจท้องที่ และการเดินคนเดียวอย่างปลอดภัยในยามวิกาล เพื่อสร้างความทรงจำที่ประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงและตลอดระยะเวลาที่เดินทางท่องเที่ยว และในเรื่องมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย ปัญหาอาชญากรรมต่อทรัพย์สินส่วนบุคคลของนักท่องเที่ยว อุบัติเหตุ ตลอดจนปัญหาการเอารัดเอาเปรียบและหลอกลวงนักท่องเที่ยว และด้านคุณภาพการบริการ

แผนฟื้นท่องเที่ยว
More Amazing เร้าใจกว่าเดิม
รวมถึงเน้นนำความสุขและความเพลิดเพลินมาเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวบนความรู้สึกสนุกสนาน ตื่นเต้น หรือมีความสุขที่ได้เดินทางท่องเที่ยวด้วย “ความสนุก” โดยมุ่งกระตุ้นความเชื่อมั่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศกลับมาท่องเที่ยวประเทศไทยด้วยมุมมองใหม่
และสร้างการจดจำภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศไทยในสายตาของคนทั้งโลก โดยประเทศไทยต้องถูกจดจำในฐานะจุดหมายปลายทางที่ “สนุก” ที่เกิดจากประสบการณ์เดินทางผ่านวัฒนธรรม อาหาร วิถีชีวิต และธรรมชาติ และเป็น Amazing Thailand บนพื้นฐานของความสนุกและปลอดภัย

แผนฟื้นท่องเที่ยว
Quick Win ภาพลักษณ์ใหม่
นอกจากนี้ ยังเสนอให้เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว วางรากฐานเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูง เป็น Quick Win เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ใน 3 มิติ
ประกอบด้วย 1.นำเสนอประเทศไทยในมิติใหม่ ประเทศที่ไม่เพียงแต่เป็นมิตร ยิ้มแย้ม และต้อนรับอบอุ่นเท่านั้น แต่ยังมีมาตรฐานคุณภาพระดับสากล ความปลอดภัยที่เชื่อมั่นและตรวจสอบได้ และประสบการณ์การท่องเที่ยวที่คุ้มค่า หรือ Discover New Thailand-The Land of Smiles Defined by Quality Trusted for Safety
ทั้งนี้ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพที่คุ้มค่า สื่อสารความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทาง การบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวก กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศและจากตลาดต่างประเทศหลักและตลาดศักยภาพใหม่ และตอกยํ้าความเป็น “Land of Smiles” ด้วยมิติใหม่ของ “Thai Hospitality with Quality & Safety”

แผนฟื้นท่องเที่ยว
2.มุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองและชนบท ผ่านการกำหนด Value Prepositions ใหม่ เพื่อสร้างจุดขายใหม่ที่สะท้อน “เสน่ห์แท้จากถิ่นไทย” (Pure Local Charm) “ความสนุกแบบไทย” และเปิดมุมมองใหม่ให้ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติได้สัมผัสความงดงาม วิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้อย่างแท้จริง
และเน้นให้เกิดประสบการณ์เชิงลึกและสร้างรายได้สู่ท้องถิ่นและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม สร้างผลิตภัณฑ์และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และธรรมชาติใหม่ กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้เมืองรองและชนบทเป็นจุดหมายปลายทางที่มีคุณค่า
และ 3.สร้างกิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูงให้เข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Health and Wellness
ดังนั้น แม้จะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่มองว่า Thailand’s Grand Comeback จะเป็นความหวังที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวกลับมาเป็นรากฐานของความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไปได้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่