CPN ลุยปักธง Go Hotel ชี้ 'ดีมานด์' อยู่ไหนจะไปลงทุนที่นั่น
นับตั้งแต่ปี 2565 บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และศูนย์การค้าเข้าบุกเบิกธุรกิจโรงแรมมาตรฐาน (Premium Budget Hotel) ภายใต้แบรนด์ Go Hotel ที่มาพร้อมราคาที่คุ้มค่า มีดีไซน์ และการบริการที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถพักผ่อนได้อย่างมีคุณภาพ
โดยเปิดแห่งแรก Go Hotel บ่อวิน จังหวัดชลบุรี ขนาด 75 ห้อง เมื่อเดือนมกราคม 2566 ตั้งอยู่ภายในเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC มีสถานที่ท่องเที่ยว และงาน MICE ตลอดปี เพื่อให้เป็น Role Model ของการลงทุน
โรงแรมมาตรฐานเพื่อคนไทย
“ภูมิ จิราธิวัฒน์” Head of Hotel Property บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ให้สัมภาษณ์ว่า การเข้ามาลงทุนในธุรกิจโรงแรมของกลุ่ม CPN นั้นมาจากปัญหาที่ว่าในประเทศไทยยังไม่มีโรงแรมที่เป็นมาตรฐานในต่างจังหวัด ส่วนโรงแรมที่ดีมีมาตรฐานก็กระจุกตัวอยู่ในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย ฯลฯ
ขณะที่วิสัยทัศน์ของกลุ่ม CPN คือเราเชื่อในหลักการพัฒนาประเทศว่าต้องพัฒนาให้เกิดการกระจายตัวออกไปสู่จังหวัดเมืองรอง และจังหวัดใหม่ ๆ ให้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาโรงแรมในเมืองรองส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมเก่า การให้บริการยังไม่ตอบโจทย์คนที่เดินทางไปต่างจังหวัด

GO King Bedroom
“เราเชื่อว่าตลาดท่องเที่ยวไทยที่เป็นเที่ยวไทยกันเองมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงเข้ามาแก้ปัญหาในเรื่องนี้ด้วยการลงทุนที่เหมาะสม สร้างโปรดักต์ที่ลูกค้าต้องการ โดยเฉพาะเรื่องของมาตรฐาน ความสะอาด ความปลอดภัย และราคาที่สมเหตุสมผล”
ทั้งนี้ เพื่ออุดช่องว่างของตลาดโรงแรมในต่างจังหวัด โดยอาศัยความได้เปรียบในเรื่องของทำเลที่ตั้งติดกับศูนย์การค้า ซึ่งเป็นแลนด์แบงก์ของบริษัท และพัฒนาควบคู่กับศูนย์การค้า เพื่อรองรับการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวและเดินทางไปทำธุรกิจ

Connecting Room
โดยในช่วง 2-3 ปีแรกของการลงทุนโรงแรม Go Hotel นั้นถือเป็นช่วงของการศึกษาตลาด ทั้งในด้านโอเปอเรชั่นและการให้บริการ
“ภูมิ” บอกว่า ช่วงแรกที่ทำการศึกษาตลาดนั้น CPN ได้โฟกัสการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นหลักจำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย บ่อวิน บ้านฉาง ศรีราชา และชลบุรี เพราะเป็นพื้นที่ที่มีทั้งคนเดินทางไปเที่ยวและทำงาน
“เราได้เรียนรู้ว่าอะไรเวิร์ก อะไรไม่เวิร์ก และพบว่าปัญหาของโรงแรมในต่างจังหวัดคือ ไม่มีโรงแรมที่เป็นมาตรฐานสากล เราจึงหันมามุ่งเน้นพัฒนาโรงแรมแบรนด์ Go Hotel ให้เป็นโรงแรมที่มีมาตรฐานและสามารถเปิดได้ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับ MK ที่เป็นแบรนด์ร้านอาหาร หรือ McDonald’s ที่เป็นแบรนด์ไก่ทอด ฯลฯ”
สำหรับแบรนด์ Go Hotel นั้นจุดขายคือ ศักยภาพของทำเล ที่มุ่งเน้นการสร้างโรงแรมในจุดศูนย์กลางของแต่ละพื้นที่ ติดศูนย์การค้าทั้งเซ็นทรัลและโรบินสัน และมีการ Synergy ภายในกลุ่มเซ็นทรัล
Core Value คือ สะดวก ปลอดภัย ให้บริการอย่างมีมาตรฐาน รองรับได้ทั้งนักเดินทางเพื่อการพักผ่อนและเพื่อธุรกิจ

Go Hote
ปักหมุด Airport Hotel
“ภูมิ” บอกว่า โรงแรม 4 แห่งที่เปิดอยู่ในพื้นที่ EEC นั้นถือว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 80% ทำให้บริษัทเดินหน้าลงทุนอีกกว่า 200 ล้านบาท สำหรับโรงแรมแห่งที่ 5 คือ Go Hotel กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต (ติดกับห้างโรบินสัน ลาดกระบัง) โรงแรมขนาด 179 ห้อง
โรงแรมแห่งนี้ถือเป็นโรงแรมแฟลกชิปที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ Go Hotel ซึ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา รองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ทุกรูปแบบ ทั้งนักเดินทาง นักธุรกิจ และกลุ่มครอบครัว ที่มาพร้อมแนวคิด “จ่ายง่าย หลับสบาย พักใกล้ บินทัน” ด้วยห้องพักถึง 6 ประเภท พร้อมห้องพัก Pet Friendly สำหรับคนรักสัตว์
โดยจุดเด่นสำคัญคือ ตั้งอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิเพียงแค่ 10 นาที เหมาะสำหรับคนที่มองหาที่พักใกล้สนามบิน มีบริการรถจากโรงแรมไปสนามบินสุวรรณภูมิฟรี 2 รอบ/วัน มีร้านอาหาร Sunny Side Up บริการด้านในโรงแรม มีบริการห้องฟิตเนสและห้องซักรีด อุปกรณ์การนอนเทียบเท่าโรงแรม 5 ดาว
“ภายนอกโรงแรมเราตกแต่งด้วย Facade หน้าต่างเครื่องบิน ซึ่งเป็นดีไซน์ซิกเนเจอร์ที่บ่งบอกความเป็น Airport Hotel อย่างโดดเด่น ราคาขายเริ่มต้นเฉลี่ยที่ประมาณ 1,000 บาทต่อคืน หรือถูกกว่าคู่แข่งในทำเลเดียวกัน 50%”

Go Hote
ตั้งเป้าขยาย 25 แห่ง ใน 5 ปี
สำหรับแผนการขยายพอร์ตธุรกิจนั้น “ภูมิ” บอกว่า บริษัทวางแผนขยายการลงทุนในส่วนของ GO Hotel ไว้ปีละ 5 แห่ง รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 500 ล้านบาทต่อปี หรือแห่งละประมาณ 100 ล้านบาท โดยในปีนี้ จะเปิดอีก 5 แห่ง ได้แก่ ขอนแก่น (กำหนดเปิดก่อนช่วงสงกรานต์) ตามด้วย นครสวรรค์, เชียงราย, เชียงใหม่ และพระนครศรีอยุธยา
โดยมีเป้าหมายเปิดครบ 25 แห่งภายใน 5 ปีจากนี้ ทั้งทำเลในเมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองรอง เพื่อเพิ่มจำนวนห้องพักให้ครอบคลุมกว่า 1,500 ห้องทั่วประเทศ
“จุดแข็งของเรายังอยู่ที่ Consumer Insight จากฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของ The 1 ที่ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของผู้เข้าพักได้อย่างแม่นยำ รวมถึงลงทุนในเทคโนโลยี AI เพื่อบริหารความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงเป้า และกำหนดราคาขายแบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพในการจับดีมานด์ และสร้างความยั่งยืนในการเติบโต”

Go Hote
เล็งปักหมุดทั้ง 77 จังหวัด
ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมในเครือเซ็นทรัลพัฒนา มีทั้งหมด 11 แห่ง มีรายได้รวมกว่า 3,000 ล้านบาท โดยแบ่งเซ็กเมนต์ออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อครอบคลุมความต้องการของตลาดที่แตกต่างกัน คือ 1.Luxury Segment โรงแรมระดับหรู เช่น โรงแรม ฮิลตัน พัทยา ที่ดึงเชนฮิลตันมาบริหาร การขยายธุรกิจโรงแรมในกลุ่มเซ็กเมนต์นี้ ต้องดูโอกาส และความพร้อมของสถานที่เนื่องจากลงทุนสูง
2.Mid-scale Segment โรงแรมระดับกลาง อาทิ Centara อุดรธานี, Centara อุบลราชธานี, Centara โคราช, Centara อยุธยา หรือ Hilton Garden Inn ระยอง นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดแบรนด์ใหม่ที่หาดใหญ่ในปีหน้า และ 3.Economy Segment โรงแรมที่เป็นมาตรฐาน ภายใต้แบรนด์ GO Hotel ซึ่งจะเป็นแบรนด์หลักที่บริษัทมุ่งขยายการลงทุน และมีแผนขยายเข้าไปทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ

Go Hote
“วันนี้เราเปิดให้บริการแบรนด์ GO Hotel แล้ว 5 แห่ง ได้แก่ บ่อวิน บ้านฉาง ศรีราชา ชลบุรี เป็นโรงแรมมาตรฐานจำนวนห้องพัก 79 ห้อง และล่าสุดเพิ่งเปิดที่กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เป็นแฟลกชิป โฮเทล เป็นโรงแรมขนาด 179 ห้อง ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกที่ให้บริการครบวงจร ทั้งห้องพัก ร้านอาหาร Sunny Side Up แบบ All Day Dining”
พร้อมทิ้งท้ายด้วยว่า เป้าหมายในระยะยาวของ CPN คือการพัฒนา Go Hotel ให้ครอบคลุมประเทศทั้ง 77 จังหวัด เพื่อให้ GO Hotel เป็นแบรนด์ที่เป็นมาตรฐานสากลเช่นเดียวกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง McDonald’s หรือ KFC ที่สามารถพบเจอได้ในทุกจังหวัด
เรียกว่า “ดีมานด์” อยู่ไหน CPN ก็จะไปลงทุนที่นั่น
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่