ATTA จุดกระแสเที่ยวไทย ปักหมุด Thailand Tourism & MICE 2026 งานท่องเที่ยวระดับสากล

จัด Thailand Tourism & MICE, International B2B Platform, ทำงานร่วมกัน-ส่งต่อความยั่งยืน, มีมูลค่าเจรจาธุรกิจ 3,000 ล้าน, หนุนไทยขึ้นท่องเที่ยวคุณภาพ, มิติใหม่อุตฯท่องเที่ยวไทย ‘เอกชน’ ร่วมกำหนดทิศทาง, ใช้กลธุรกิจ MICE เพิ่ม ‘แต้มต่อ’ ผู้ประกอบการ

ภาพประกอบข่าว

จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ณ วันที่ 22 ธันวาคม 68 ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-21 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมรวม 31.75 ล้านคน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1.47 ล้านล้านบาท

จัด Thailand Tourism & MICE, International B2B Platform, ทำงานร่วมกัน-ส่งต่อความยั่งยืน, มีมูลค่าเจรจาธุรกิจ 3,000 ล้าน, หนุนไทยขึ้นท่องเที่ยวคุณภาพ, มิติใหม่อุตฯท่องเที่ยวไทย ‘เอกชน’ ร่วมกำหนดทิศทาง, ใช้กลธุรกิจ MICE เพิ่ม ‘แต้มต่อ’ ผู้ประกอบการ

ภาพประกอบข่าว

โดยนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก คือ มาเลเซีย จำนวน 4,378,522 คน จีน จำนวน 4,357,717 คน อินเดีย จำนวน 2,400,586 คน รัสเซีย จำนวน 1,799,151 คน และเกาหลีใต้ จำนวน 1,510,191 คน

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่าตลอดทั้งปี 2568 นี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 33.4 ล้านคน ลดลง 6% จากปีก่อนหน้า สร้างรายได้ประมาณ 1.51 ล้านล้านบาท ลดลง 5%

และยังคาดการณ์ด้วยว่า ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของประเทศไทยจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2569 โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 36-37 ล้านคน

จัด Thailand Tourism & MICE

จัด Thailand Tourism & MICE, International B2B Platform, ทำงานร่วมกัน-ส่งต่อความยั่งยืน, มีมูลค่าเจรจาธุรกิจ 3,000 ล้าน, หนุนไทยขึ้นท่องเที่ยวคุณภาพ, มิติใหม่อุตฯท่องเที่ยวไทย ‘เอกชน’ ร่วมกำหนดทิศทาง, ใช้กลธุรกิจ MICE เพิ่ม ‘แต้มต่อ’ ผู้ประกอบการ

ภาพประกอบข่าว

“ธนพล ชีวรัตนพร” นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) บอกว่า จากภาพรวมของภาคการท่องเที่ยวในขณะนี้เชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยในปี 2569 หรือปี 2026 นี้ มีแนวโน้มที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2568 ได้อีกไม่ต่ำกว่า 6-7 ล้านคน หรือมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมประมาณ 38-39 ล้านคน

โดยเฉพาะตลาดจีนที่เชื่อว่าจะเป็นปีที่ดีและมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นได้ถึง 9 ล้านคน เนื่องจากภาพลักษณ์ด้านความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนที่มีต่อประเทศไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ (State Visit) เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ดังนั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2026 สมาคม ATTA จึงร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สมาคมโรงแรมไทย (THA) และพันธมิตรภาคการท่องเที่ยวไทย จัดงาน “Thailand Tourism & MICE Next 2026” ในวันที่ 23 มกราคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี

จัด Thailand Tourism & MICE, International B2B Platform, ทำงานร่วมกัน-ส่งต่อความยั่งยืน, มีมูลค่าเจรจาธุรกิจ 3,000 ล้าน, หนุนไทยขึ้นท่องเที่ยวคุณภาพ, มิติใหม่อุตฯท่องเที่ยวไทย ‘เอกชน’ ร่วมกำหนดทิศทาง, ใช้กลธุรกิจ MICE เพิ่ม ‘แต้มต่อ’ ผู้ประกอบการ

ภาพประกอบข่าว

เป้าหมายเพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางความร่วมมือการท่องเที่ยวโลกที่ปลอดภัยและยั่งยืน หรือศูนย์กลางความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวที่โลกไว้วางใจ พร้อมทั้งดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ

International B2B Platform

“ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์” เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) เสริมว่า โครงการ Thailand Tourism & MICE Next 2026 ถือเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ในการสร้างเวที International B2B Platform สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและไมซ์ของไทย ครอบคลุมทั้งตลาด Inbound, Outbound และ Domestic

พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเร่งฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา และเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

รวมทั้งเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับกลยุทธ์จาก “ปริมาณ” สู่ “คุณภาพ” โดยมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย (Safe Journeys) รักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายฐานสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ต่อหัวที่สูงขึ้นให้แก่ประเทศ

นอกจากนี้ ยังวางบทบาทให้เป็นเวทีการเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติที่จะพัฒนาให้เป็นหมุดหมายของงานระดับสากลประจำปีในปีต่อ ๆ ไป เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกสามารถเห็นทิศทาง แนวโน้ม และโอกาสของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทั้งในมิติ Leisure และ MICE ในภูมิภาคสำคัญของโลกในแต่ละปี พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่าย ความร่วมมือ และการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ทำงานร่วมกัน-ส่งต่อความยั่งยืน

“ดร.อดิษฐ์” บอกด้วยว่า หัวใจสำคัญของงาน Thailand Tourism & MICE Next 2026 คือ การสร้างกรอบความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนเชิงนโยบาย แต่เป็นการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และสามารถส่งต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

โดยกิจกรรมหลักของงานประกอบด้วย 1.การจัด Business Matching หรือการจับคู่ธุรกิจ B2B กับผู้ประกอบการคุณภาพกว่า 100 บริษัท 2.Next 2026 Forum การปาฐกถาพิเศษและเสวนาทิศทางท่องเที่ยวไทยในอนาคต

และ 3.งานเลี้ยงกาลาดินเนอร์ เพื่อเฉลิมฉลองและสร้างเครือข่ายระดับสูง (Exclusive Networking) เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้กระชับความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

มีมูลค่าเจรจาธุรกิจ 3,000 ล้าน

ทั้งนี้ คาดว่าโครงการนี้จะเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมใน 2 ด้านหลัก ๆ ได้แก่ 1.กาเจรจาธุรกิจผ่านกิจกรรม Business Matching ไม่ต่ำกว่า 3,000 นัดหมาย มีผู้ซื้อและผู้ขายประมาณ 1,200-1,500 ราย ทั้งในและต่างประเทศมาร่วมกันผ่านการเจรจาธุรกิจ การวางแผนการเดินทาง การจัดประชุมและนิทรรศการ รวมถึงความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต คาดการณ์มูลค่าการเจรจาธุรกิจสูงถึง 3,000 ล้านบาท

และ 2.การยกระดับมูลค่า (Value-based Economy) โดยมุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง แทนการเน้นเพียงจำนวนนักท่องเที่ยว เพื่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพ

ที่สำคัญ จะเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ “Trusted Thailand” เที่ยวไทยปลอดภัยและมั่นใจที่จับต้องได้ และสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก และความสามารถในการดูแลต้อนรับนักท่องเที่ยว

โดยจะมี Safety as a Standard กำหนดมาตรฐานการบริการที่เป็นมืออาชีพในทุกห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างความอุ่นใจให้นักท่องเที่ยวตั้งแต่วันแรกที่เดินทางถึง Smart Tourism & AI นำเทคโนโลยีและ AI มาช่วยบริหารจัดการการตลาด และเพิ่มระบบการดูแลความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยว และความร่วมมือในระดับสากล เพื่อยืนยันว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการดูแลนักท่องเที่ยวตามมาตรฐานสากล

หนุนไทยขึ้นท่องเที่ยวคุณภาพ

“ดร.อดิษฐ์” บอกอีกว่า สมาคม ATTA เชื่อมั่นว่างาน Thailand Tourism & MICE Next 2026 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 23 มกราคม 2569 นี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่า “เมืองไทย” คือจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและน่าประทับใจ

ที่สำคัญ จะเป็นโครงการจุดกระแสอุตสาหกรรมท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปี เป็น New Year New Challenge ที่สร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจในทุก ๆ ต้นปีและสนับสนุนให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนในระยะยาว

มิติใหม่อุตฯท่องเที่ยวไทย ‘เอกชน’ ร่วมกำหนดทิศทาง

“ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่” รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในฐานะหน่วยงานร่วมสนับสนุน กล่าวว่า งานนี้ถือเป็น Initiative Flagship จริง ๆ ของประเทศไทย เพราะว่างานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ผ่านมา กลุ่มที่ทำตลาดโดเมสติก หรือทำตลาดอินบาวนด์ ตลาดเอาต์บาวนด์ มักจะจัดงานแยกกัน แต่งานนี้เป็นการรวมทั้งหมด ทั้งอินบาวนด์ เอาต์บาวนด์ และโดเมสติก

โดย ททท.ก็เข้ามาเป็นหนึ่งในการสนับสนุนให้งาน Thailand Tourism & MICE Next 2026 ซึ่งเป็นงานที่รวมหลายหน่วยงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นเป็นงานใหญ่ในช่วงต้นปี 2569

และนับเป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญในการกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวของประเทศ เพราะคิดว่าปีหน้าจะเป็นปีที่ดีของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เริ่มต้นปีด้วยการมีเวทีที่มีการสัมมนาแลกเปลี่ยนในเรื่องของเทรนด์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และยังมีการเจรจาธุรกิจทั้งอินบาวนด์ เอาต์บาวนด์ และโดเมสติก และปิดท้ายด้วยมีตติ้งดินเนอร์ให้ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนแนวคิดซึ่งกันและกัน

ไม่เพียงเท่านี้ โครงการดังกล่าวยังสะท้อนถึงบทบาทของภาคเอกชนจริง ๆ เพราะสมาคม ATTA เป็นผู้นำในการขับเคลื่อน และเชื่อมโยงนโยบายภาครัฐให้ไปในทิศทางเดียวกัน

“ภัทรอนงค์” บอกด้วยว่า ปีที่ผ่านมาประเทศไทยเผชิญกับความเสี่ยงหลากหลายรูปแบบ ผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมหลาย ๆ พื้นที่ได้รับผลกระทบ เช่น ในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ หรือจังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาไทย-กัมพูชา ฯลฯ การจัดงานครั้งนี้ก็ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย

โดย ททท.เองก็ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน ซึ่งการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เข้ามาแลกเปลี่ยนกันถือเป็นการยกระดับของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างสมดุลอีกรูปแบบหนึ่ง

ในส่วนของ ททท.เองนอกจากการสนับสนุนทั่วไปแล้ว สำนักงาน ททท.ในจีนทั้ง 5 สำนักงานก็จะเชิญบายเออร์ (Buyers) ที่เราเลือกแล้วเข้ามาสำนักงานละ 20 เอเย่นต์ รวมทั้งหมด 100 เอเย่นต์จากจีนที่จะมาเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย

การเดินทางเข้ามาของ 100 เอเย่นต์จากจีนครั้งนี้ไม่ได้เพียงแค่เข้ามาร่วมกิจกรรมของงานนี้เท่านั้น แต่ ททท.จะถือโอกาสนี้เชิญบายเออร์ทั้งหมดร่วมสำรวจสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมาทางสมาคม ATTA และ ททท.ก็ได้คุยกันไปแล้วว่าจะทำเส้นทางวัฒนธรรมเชื่อมโยงความสัมพันธ์ไทย-จีน เส้นทางที่มีชุมชนไทย-จีน ฯลฯ

ทั้งนี้ เพื่อนำกลับไปเสนอขายในปีหน้าให้บายเออร์เหล่านี้ ตามแคมเปญ “จง ไท่ อี้ เจีย ชิน 2026” ที่ผู้ว่าการ ททท. (ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์) ได้นำเสนอในงาน CITM 2025 ที่เมืองไหหลำ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อสัปดาห์ก่อน

โดย ททท.ก็คาดหวังว่าผลของการจัดงานในปีแรกนี้จะได้รับการตอบรับที่ดี และหวังว่ากิจกรรมนี้จะเป็นหมุดหมายสำคัญในปีต่อไป หมายความว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเราจะเปิดปีด้วยการให้เทรนด์ การมีฟอรั่มแลกเปลี่ยนทางวิชาการ หลังจากนั้นก็มี B2B แบบนี้ต่อไปในทุก ๆ ปี เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ใช้กลธุรกิจ MICE เพิ่ม ‘แต้มต่อ’ ผู้ประกอบการ

ด้าน “ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์” ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ บอกว่า ในมุมมองของทีเส็บการจัดงาน Thailand Tourism & MICE Next 2026 ในครั้งแรกนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ และสมาคม ATTA มีแนวคิดที่ใช้กลไกธุรกิจไมซ์ (MICE) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในส่วนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

โดยมองว่าโมเดลของการจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการต่อยอดในการจัดงานของปีต่อ ๆ ไปแล้ว จะยังสามารถเป็นแพลตฟอร์มที่แต่ละภาคส่วนต้องเรียนรู้กันหลังการจัดงาน เพราะงานรูปแบบนี้สามารถนำไปใช้ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศได้ด้วย

“เราอยากให้มีการทำงานในรูปแบบนี้อีก โดยเฉพาะสมาคม ATTA ที่มีเครือข่ายพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก”

นอกจากนี้ ยังมองว่าการจัดงานนี้เป็นการเพิ่ม “แต้มต่อ” ให้ผู้ประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในส่วนที่มีการให้องค์ความรู้ต่าง ๆ ทั้งเทรนด์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกและเทรนด์ของอุตสาหกรรมไมซ์ เนื่องจากเทรนด์โลกมีการเปลี่ยนแปลงสูงมาก โดยเฉพาะกลุ่มไมซ์ที่เป็นกลุ่ม High Value ซึ่งปัจจุบันนักเดินทางกลุ่มนี้เปลี่ยนพฤติกรรมอย่างรวดเร็ว

ทั้งการเลือกเดสติเนชั่น การเลือกประเทศ หรือเลือกการใช้บริการ

นอกจากนี้ จุดเด่นของงานอีกส่วนหนึ่งคือ การจับคู่ธุรกิจ ซึ่งถ้าดูจากแผนงานของสมาคม ATTA อาจต้องมีการเพิ่มขนาดงาน เพราะทางทีเส็บเองก็มีแคมเปญที่อยากช่วยผู้ประกอบการที่อยากนำมาเสนอในช่วงของการจัดงานด้วย

เช่น แคมเปญสนับสนุนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่าง หาดใหญ่ สงขลา และในอีกหลาย ๆ จังหวัด เช่น มั่นใจไมซ์ชายแดน เป็นต้น ซึ่งทีเส็บคาดการณ์ว่าปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะชายแดนไทย-กัมพูชา น่าจะคลี่คลายลงในต้นปีหน้า จึงอยากสนับสนุนให้เกิดการเดินทางข้ามจังหวัด โดยเฉพาะนักเดินทางกลุ่มคอร์ปอเรต

อีกส่วนหนึ่งที่อยากสนับสนุนคือ แนวคิดของการสร้างตลาด โดยเชื่อมั่นมาตลอดว่าถ้ามีการจัดงานในประเทศแล้ว ถ้าจะยกระดับเป็นงานในระดับนานาชาติ จะทำให้แพลตฟอร์มติดตลาดอย่างแท้จริง และมีความน่าสนใจ

พร้อมทิ้งท้ายว่า การที่ขับเคลื่อนด้วย MICE และสนับสนุนให้เครือข่ายของสมาคม ATTA ให้เป็นงานระดับนานาชาติมากขึ้น จะเป็นตัวอย่างที่ดีในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ในอนาคต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่