Hong Kong Wine & Dine Festival 2025 เปิดฉากอลังการ วันแรกคนแห่ชิมไวน์ตำนาน-เมนูมิชลินเต็มงาน
“Hong Kong Wine & Dine Festival 2025” วันแรกคนแห่ทะลักเข้างาน โดยปีนี้จัดเต็มขยายเวลาถึงเที่ยงคืนครั้งแรกในรอบ 16 ปี ชูไฮไลต์ “BEA Grand Wine Pavilion” รวม 5 ตำนานไวน์บอร์กโดซ์ฉลอง 170 ปี และไวน์ 100 คะแนนจาก James Suckling รวมถึงยังอัดแน่นทัพเชฟมิชลิน โซนใหม่รวม 13 ดาว และโซนดิสนีย์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ มาเอาใจเหล่านักชิมกันอย่างจัดเต็ม ตั้งแต่วันที่ 23-26 ต.ค. 2568
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เริ่มต้นอย่างคึกคักสำหรับงานเทศกาลอาหารและไวน์ระดับโลกอย่าง “Hong Kong Wine & Dine Festival 2025” ที่จัดโดยการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board : HKTB) ร่วมกับสมาคมไวน์บอร์กโดซ์ (Bordeaux Wine Council : CIVB) ณ พื้นที่ Central Harbourfront ตั้งแต่วันที่ 23-26 ต.ค. 2568 โดยปีนี้มีผู้เข้าร่วมงานกันอย่างล้นหลาม
สะท้อนจากทันทีที่ประตูเปิดให้เข้างานในช่วงเวลา 19.30 น. (ตามเวลาฮ่องกง) ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศต่างก็หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่จัดงานอย่างคับคั่ง จนทำให้เพียงไม่กี่นาทีบรรดาบูทไฮไลต์ต่าง ๆ ก็มีผู้คนต่อแถวยาวเหยียด โดยปีนี้มีผู้เข้าร่วมจากกว่า 31 ประเทศและเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก รวมบูทกว่า 305 บูท โดยแบ่งสัดส่วนเป็นโซนไวน์ประมาณ 70% และโซนอาหารอีก 30%
ซึ่งความพิเศษที่เรียกเสียงฮือฮาที่สุดในปีนี้ คือการประกาศขยายเวลาจัดกิจกรรมไปจนถึงเที่ยงคืนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศปาร์ตี้สุดพิเศษ ดื่มด่ำกับทิวทัศน์ยามค่ำคืนของอ่าววิคตอเรียได้ยาวนานยิ่งขึ้น พร้อมด้วยการรวมตัวของสุดยอดเชฟระดับมิชลินและคอลเล็กชั่นไวน์หายากที่อลังการกว่าที่เคย
คลังไวน์ตำนาน 170 ปีแห่งบอร์กโดซ์
“ประชาชาติธุรกิจ” จึงจะพามาส่องลิสต์เชฟดังและโซนไฮไลต์ต่าง ๆ ในงานที่ห้ามพลาดและต้องตามมาปักหมุด เริ่มต้นกันที่โซนไฮไลต์ที่คอไวน์พลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด “BEA Grand Wine Pavilion” ที่กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมไวน์ระดับตำนานที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ให้ผู้เข้าชมได้เดินทางสู่ดินแดนไวน์ชื่อดังของโลกแบบ One-Stop Journey มาที่เดียวได้ครบทุกประสบการณ์
โดยธีมหลักของพาวิเลียนในปีนี้ คือการเฉลิมฉลองครบรอบ 170 ปีของการจัดอันดับไวน์ “1855 Bordeaux Classification” อันทรงเกียรติ โดยได้รวบรวมไวน์ระดับตำนานจาก First Growth ทั้งห้าแห่งบอร์กโดซ์ ได้แก่ Lafite, Latour, Margaux, Haut-Brion และ Mouton ซึ่งถือเป็นการสดุดีแหล่งผลิตไวน์คุณภาพที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
นอกจากนี้ ภายในพาวิเลียนยังประกอบด้วย “เคาน์เตอร์ James Suckling” สุดพิเศษ ที่คัดสรรโดยนักวิจารณ์ไวน์ระดับโลกอย่าง James Suckling นำเสนอไวน์ชั้นยอดจากโลกเก่า (Old World) และโลกใหม่ (New World) กว่า 100 รายการ รวมถึงไวน์จีนที่เขาคัดสรรมาเองอย่างพิถีพิถัน สะท้อนถึงภูมิทัศน์ของวงการไวน์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป
ไม่เพียงเท่านั้น แผนที่ไวน์ยังครอบคลุมทั่วโลกด้วย World-Class Lineup ที่น่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็น Vega Sicilia ตำนานแห่งสเปน, Biondi-Santi สมบัติล้ำค่าแห่งอิตาลี และ Colgin IX Estate จากสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับคะแนนเต็ม 100 คะแนนจาก James Suckling ซึ่งสำหรับใครที่มองหาเครื่องดื่มอื่น พาวิเลียนก็ยังมีวิสกี้ซิงเกิลมอลต์อายุ 56 ปี และเหล้าหายากอย่าง Kweichow Moutai มาให้ลิ้มลองอีกด้วย
ชูไฮไลต์ 3 โซนเด่นปี 2025
ขณะที่ในส่วนของฝั่งอาหาร เบื้องต้นในปีนี้ได้ยกระดับความพิเศษขึ้นไปอีกขั้น โดยเฉพาะ 3 โซนหลักที่รวบรวมสุดยอดประสบการณ์การกินดื่มไว้ในที่เดียว เริ่มต้นจากโซน Tasting Room ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนต้องกลับมาอีกครั้ง ซึ่งในปีนี้จะมีการนำเสนอแนวคิด “Taste the Extraordinary : Beyond Cantonese Flavour” หรือ “ลิ้มรสความพิเศษ : เหนือกว่ารสชาติกวางตุ้ง” ที่จะท้าทายและนิยามขอบเขตของอาหารจีนยุคใหม่
โดยเบื้องต้นจะมีทัพเชฟระดับแนวหน้า ไม่ว่าจะทั้ง Cheung Yat-fung สุดยอดเชฟอาหารแต้จิ๋วระดับมิชลิน 3 ดาวจากปักกิ่ง, Andrew Wong เชฟผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นเชฟอาหารจีนคนแรกที่คว้า มิชลิน 2 ดาวนอกทวีปเอเชีย, Ji-sun Jung “ราชินีติ่มซำ” จากรายการดัง Culinary Class Wars, Jayson Tang เชฟมิชลินสตาร์รุ่นใหม่ไฟแรงที่มุ่งมั่นอนุรักษ์มรดกอาหารกวางตุ้ง และ Menex Cheung หัวหน้าเชฟที่โดดเด่นด้านอาหารจีนสไตล์ฟิวชั่นสุดสร้างสรรค์ ในการมาร่วมรังสรรค์เมนูสุดประทับใจให้กับเหล่านักชิมกันอย่างจัดเต็ม

Hong Kong Wine & Dine Festival 2025
2. โซน Towngas Gourmet Avenue ที่ถือเป็นโซนใหม่ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยเบื้องต้นได้สร้างปรากฏการณ์ด้วยการนำร้านอาหารชั้นนำ 12 แห่งของฮ่องกงมารวมกัน เพื่อมอบโอกาสที่หาไม่ได้ง่ายในการลิ้มรสอาหารจากร้านที่รวมกันแล้วมีดาวมิชลินรวมกันถึง 13 ดาว และรางวัล Black Pearl Diamond อีก 7 เม็ดภายในโซนเดียว
ซึ่งถือเป็นการย่อส่วนสุดยอดวงการอาหารของฮ่องกงมาไว้ในที่เดียว อาทิ L’Atelier de Joël Robuchon ร้านอาหารฝรั่งเศสระดับตำนานมิชลิน 3 ดาว, Forum Restaurant สุดยอดอาหารกวางตุ้งระดับมิชลิน 3 ดาว และ Bo Innovation ร้านอาหารแนว Innovative Cuisine ระดับมิชลิน 2 ดาว ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัด ฯลฯ
3. โซน Hotel Delicious ที่ถือเป็นโซนยอดฮิตก็ได้กลับมาอีกครั้ง โดยในปีนี้มีโรงแรมหรูชั้นนำของฮ่องกงกว่า 11 แห่งเข้าร่วม เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้ลิ้มลองเมนูซิกเนเจอร์ที่ปรุงสด ๆ ในงาน โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นข้าวมันไก่สไตล์ไหหลำอันเลื่องชื่อจาก Grand Hyatt หรือคุกกี้ Butterfly Cookies ขนมซิกเนเจอร์ยอดนิยมจาก The Royal Garden เป็นต้น

Hong Kong Wine & Dine Festival 2025
ประสบการณ์ใหม่ที่ห้ามพลาดปี 2025
นอกเหนือจากไวน์ชั้นเลิศและอาหารระดับมิชลินแล้ว งานในปีนี้ยังเพิ่มประสบการณ์อินเตอร์แอ็กทีฟใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ เริ่มจาก “Pairing Exploration Experience” กิจกรรมใหม่ล่าสุดที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองจับคู่รสชาติหลัก 5 รสชาติ ได้แก่ หวาน, เปรี้ยว, เผ็ด, เค็ม และอูมามิ เข้ากับไวน์ 5 สายพันธุ์หลัก (Merlot, Chardonnay, Shiraz, Cabernet Sauvignon และ Sauvignon Blanc) ด้วยตัวเอง เพื่อค้นหาการจับคู่ที่ลงตัวที่สุดในแบบของตนเอง
และอีกหนึ่งโซนที่ดึงดูดความสนใจได้อย่างมากคือ “Disney-Themed Area” ซึ่งเป็นโซนพิเศษจาก Hong Kong Disneyland ที่ยกทัพมาเสิร์ฟเมนูอาหารและเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟในธีมตัวละครดิสนีย์ รวมถึงค็อกเทลในธีม Marvel สุดเท่ นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวไวน์ Disney ครั้งแรกในงาน จากโรงกลั่น Frank Family Vineyards ซึ่งก่อตั้งโดย Rich Frank อดีตประธาน Walt Disney Studios ถือเป็นอีกหนึ่งกิมมิคที่ผสมผสานความบันเทิงเข้ากับวัฒนธรรมการดื่มไวน์ได้อย่างลงตัว

Hong Kong Wine & Dine Festival 2025
อย่างไรก็ตาม งาน “Hong Kong Wine & Dine Festival 2025” ถือเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีการเป็นศูนย์กลางด้านอาหารและไวน์แห่งเอเชีย โดยผู้ที่สนใจสามารถเดินทางมาร่วมดื่มด่ำไปกับโลกแห่งรสชาติ เข้าร่วมกิจกรรมกับผู้เชี่ยวชาญ และลิ้มรสไวน์พรีเมี่ยมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเมนูอาหารระดับกูร์เมต์ที่มีเพียงช่วงเวลาจำกัด จากฝีมือเชฟระดับโลก ณ Central Harbourfront ได้ระหว่างวันที่ 23-26 ตุลาคม 2568 เท่านั้น
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่