CPN Residence อัพเดต 11 ปี ลงทุน 51 โครงการ 6.57 หมื่นล้านบาท

CPN Residence ประกาศรุกตลาดแนวราบในกรุงเทพฯ มูลค่ารวมกว่า 2.5 หมื่นล้าน ครบทุกเซ็กเมนต์ ผ่าน 4 แบรนด์ดัง “นิยาม-นิรดา-นินญา-นิรติ” ตอกย้ำคุณภาพทุกมิติ สะท้อนมาตรฐาน “บ้านเซ็นทรัล”

ร.อ.กรี เดชชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจที่อยู่อาศัย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN Residence เปิดเผยว่า เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ต่อยอดความสำเร็จด้านผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน

ล่าสุด ลงทุนพอร์ตโครงการบ้านแนวราบและแนวสูงตามหัวเมืองเศรษฐกิจทั่วทุกภูมิภาคกว่า 51 โครงการ 16,000 ยูนิต มูลค่ารวม 65,700 ล้านบาท เรื่องใหม่ในช่วงโค้งท้ายปี 2568 มุ่งสู่การขยายพอร์ตรุกตลาดบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ อย่างเต็มรูปแบบ

พร้อมเดินหน้าสร้างภาพจำ “บ้านเซ็นทรัล” ผ่าน 4 แคแร็กเตอร์แบรนด์บ้านเดี่ยว ‘นิยาม-นิรดา-นินญา-นิรติ’ ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ทั้งกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลัก โดยปักหมุดทำเลศักยภาพรอบกรุงเทพฯ รวม 13 โครงการ รวมมูลค่ารวมกว่า 25,340 ล้านบาท ตอกย้ำการเติบโตอย่างมั่นคง

ภายใต้แนวคิดหลัก “Imagining Better Living” ที่มาพร้อมจุดแข็งด้านมาตรฐานบ้านเซ็นทรัล ‘Best of Best’ ครอบคลุมตั้งแต่คุณภาพงานก่อสร้าง การออกแบบ ระบบมาตรฐานความปลอดภัยถึง 7 ระดับ ไปจนถึงบริการหลังการขาย รวมทั้งสิทธิพิเศษต่าง ๆ จากในเครือเซ็นทรัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อาศัยอย่างแท้จริง

ร.อ.กรีกล่าวว่า เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมากว่า 10 ปี โดยเริ่มจากคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ Escent ใน 3 ทำเลแรก ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ระยอง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สามารถปิดการขายได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

จากนั้นได้ขยายการพัฒนาทั้งโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมไปยังหัวเมืองต่าง ๆ กว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนา ‘บ้านเซ็นทรัล’ โซนกรุงเทพฯ อย่างแข็งแกร่ง

เราไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ผู้พัฒนาอสังหาฯ แต่เป็น Lifestyle Creator ที่สร้างวิถีชีวิตและรูปแบบการอยู่อาศัยแบบใหม่ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

1.Location-Led Strategy การเลือกทำเลศักยภาพให้กลายเป็นพื้นที่อยู่อาศัยคุณภาพ 2.Brand Portfolio Strategy การสร้างเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์อย่างชัดเจนเพื่อตอบโจทย์แต่ละกลุ่มเป้าหมาย

และ 3.Customer-Centric Experience การสร้างประสบการณ์ก่อนและหลังการขาย ผ่านบริการและนวัตกรรมต่าง ๆ รวมทั้งสิทธิพิเศษที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ลูกค้าไม่ว่าจะเป็น Eat-Play-Stay-Shop เพื่อให้ ‘บ้านเซ็นทรัล’ เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในใจลูกค้า

นอกจากกลยุทธ์ดังกล่าวแล้ว สิ่งที่ทำให้ “บ้านเซ็นทรัล” แตกต่างจากคู่แข่ง คือ มาตรฐาน Best of Best ที่เราใส่ใจครบมิติในการอยู่อาศัย ดังนี้

1.Structure & System ระบบโครงสร้างที่แข็งแรงและออกแบบเพื่อการอยู่อาศัยระยะยาว เน้นความใส่ใจในทุกรายละเอียดด้านงานก่อสร้าง การวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงพื้นที่การใช้งาน อาทิ Seismic Test เสาทุกต้นผ่านการทดสอบความสมบูรณ์ตามมาตรฐานของโครงการ

Conventional System การใช้ระบบก่ออิฐด้วยอิฐมวลเบา ที่มีความแข็งแรง ทนทานสูง และยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ในอนาคต, Slab on Beam พื้นจอดรถถูกออกแบบวางบนคานป้องกันการทรุดตัว, Sanitary System การเดินท่อประปาเหนือฝ้าเพื่อง่ายต่อการซ่อมบำรุง, Flood Protection ระบบป้องกันน้ำท่วมแบบครบวงจร เป็นต้น

2.Privacy & Security ระบบความปลอดภัยถึง 7 ระดับเพื่อความอุ่นใจในการอยู่อาศัย ได้แก่ Double Gate แยกโซน Resident และ Visitor, License Plate Recognition Access Control ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนอัตโนมัติ

VMS (Visitor Management System) ระบบบันทึกข้อมูล สำหรับ Visitors ที่มาติดต่อ รวดเร็ว และแม่นยำ, SECURITY 24 ชั่วโมง, CCTV ติดตั้งกล้องวงจรปิดครอบคลุมทุกพื้นที่ และรั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร

รวมทั้ง Magnetic Sensor & Shock Sensor ที่ประตู-หน้าต่าง ตรวจสอบการเปิด-ปิด และตรวจจับแรงสั่นสะเทือน ของบานประตูและหน้าต่าง

3.Privilege & After Sales Service บริการและประสบการณ์หลังการขายที่สร้างความผูกพันระยะยาวกับลูกค้า โดยลูกบ้านจะได้รับสิทธิพิเศษในฐานะ Central Citizens โดยรับสิทธิพิเศษจากเครือเซ็นทรัล เพื่อเติมเต็มคุณภาพชีวิตในทุกมิติ

อาทิ บริการช่องจอดรถพิเศษเฉพาะลูกบ้านในศูนย์การค้าเซ็นทรัล, ส่วนลดและสิทธิพิเศษ จากแบรนด์ในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป เช่น Tops, Robinson, Powerbuy, Centara Hotel

นอกจากนี้ในด้านบริการหลังการขาย เรายังมีทีมบริหารนิติบุคคลมืออาชีพจากเซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ คอยดูแลบริการหลังการขายอย่างครบวงจร และอำนวยความสะดวกลูกค้าผ่านแอปพลิเคชั่น และมีบริการ Mr.Service สำหรับตรวจสอบคุณภาพบ้านและคอนโดฯ ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงตรวจระบบน้ำ ไฟ และประปา

“สิ่งที่ทำให้บ้านเซ็นทรัลแตกต่าง นอกเหนือจากกลยุทธ์ที่กล่าวไปข้างต้น คือ คุณภาพงานก่อสร้างและรายละเอียดในการพัฒนาโครงการที่ผมและทีมงานใส่ใจในทุกขั้นตอน เพราะในฐานะวิศวกร ผมเชื่อว่าบ้านที่ดีต้องอยู่ได้ดี มีคุณภาพและอยู่ได้จริงในระยะยาว และนั่นคือหัวใจของการพัฒนาโครงการทุกหลังของเรา”

อัพเดตสถิติปัจจุบัน เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ พัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ ไปแล้วถึง 13 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 25,340 ล้านบาท ครอบคลุม 4 โซนหลักในกรุงเทพฯ ประกอบด้วย “โซนกรุงเทพฯ เหนือ” 3 โครงการ ได้แก่ บ้านนิรดา แจ้งวัฒนะ-ชัยพฤกษ์, บ้านนิรติ แจ้งวัฒนะ-ชัยพฤกษ์, นิรติ ดอนเมือง

“โซนกรุงเทพฯ ใต้” 2 โครงการ ได้แก่ นิรติ บางนา, บ้านนิรติ ศรีวารี-บางนา “โซนกรุงเทพฯ ตะวันออก” 2 โครงการ ได้แก่ บ้านนินญา กรุงเทพกรีฑา-มอเตอร์เวย์, บ้านนินญา รามอินทรา 83

และ “โซนกรุงเทพฯ ตะวันตก” 6 โครงการ ได้แก่ นิยาม บรมราชชนนี, บ้านนิรดา อุทยาน อักษะ, บ้านนิรดา พระราม 2, บ้านนิรดา เอกชัย-วงแหวน, นินญา กัลปพฤกษ์, บ้านนินญา ราชพฤกษ์

โดยโครงการดังกล่าว ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ภายใต้ 4 แบรนด์หลัก ดังนี้

แบรนด์ “นิยาม” บ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury ราคา 25-40 ล้านบาท ถ่ายทอดความหรูหราสง่างามในสไตล์ Modern Classic

แบรนด์ “บ้านนิรดา” บ้านระดับ Luxury ราคา 20-30 ล้านบาท ที่สะท้อนความภาคภูมิใจในการใช้ชีวิตและเน้นความเป็นส่วนตัวสูงสุด

แบรนด์ “บ้านนินญา” บ้านระดับ Premium ราคา 10-20 ล้านบาท ผสานความโมเดิร์นกับธรรมชาติ พร้อมออกแบบฟังก์ชั่นอย่างมีเอกลักษณ์ตอบโจทย์วิถีชีวิตครอบครัวรุ่นใหม่

และแบรนด์ “บ้านนิรติ” บ้านระดับ Upper Class ราคา 7-15 ล้านบาท เน้นการออกแบบสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่น ปลอดภัย เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่เริ่มสร้างครอบครัว ซึ่งทั้ง 4 แบรนด์สะท้อนเอกลักษณ์และมาตรฐานแบบเดียวกันของเซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ที่ให้ความสำคัญทั้งโครงสร้าง ความปลอดภัย และดีไซน์ เพื่อให้ลูกค้าเชื่อมั่นในคุณภาพระดับ “บ้านเซ็นทรัล” อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ได้วางแผนการขยายพอร์ตบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ ให้เติบโตอย่างเนื่อง โดยในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 เปิดตัวไปแล้ว 1 โครงการใหม่ ได้แก่ บ้านนินญา กรุงเทพกรีฑา-มอเตอร์เวย์ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

ล่าสุด เตรียมเปิดตัว บ้านนินญา รามอินทรา 83 ในช่วงสิ้นเดือน พ.ย.นี้ ด้วยแบบบ้านแนวคิดใหม่ที่ออกแบบจาก “แรงบันดาลใจและรูปแบบการใช้ชีวิตจริง” ของครอบครัวยุคใหม่ บนทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อเมืองได้สะดวกในโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยทั้ง 2 โครงการมีมูลค่ารวมกว่า 4,100 ล้านบาท

“การขยายพอร์ตบ้านเดี่ยวของเซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญ ที่สะท้อนถึงการเติบโตร่วมกับโมเดล Retail-Led Mixed-Use Development ที่เป็นกลยุทธ์หลักของเซ็นทรัลพัฒนา เพื่อต่อยอด Ecosystem ของธุรกิจที่อยู่อาศัย ที่เชื่อมโยงกับศูนย์การค้าและโครงการมิกซ์ยูสของบริษัททั่วประเทศ

เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตของลูกค้าภายใต้แนวคิด Imagining Better Living อย่างยั่งยืน” ร.อ.กรีกล่าวสรุป

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่