CEO SCX ‘รชฎ นันทขว้าง’ ธุรกิจรีเคอริ่งสำเร็จด้วยดีล JV โปรเจ็กต์
คอลัมน์ : สัมภาษณ์
ได้เวลาผลิดอกออกผลสำหรับการลงทุนสร้างรายได้รีเคอริ่งของ SCX ธุรกิจเอ็นจิ้น 2 ในเครือ SC Asset
โดย “รชฎ นันทขว้าง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีเอ็กซ์ คอร์ปอเรชัน จำกัด หรือ SCX Corporation ให้สัมภาษณ์อัพเดตพอร์ตรายได้รีเคอริ่ง ในโอกาสจัดซอฟต์โอเพนนิ่ง เดอะ สแตนดาร์ด พัทยา นาจอมเทียน ซึ่งมีกำหนดเปิดบริการต้อนรับลูกค้านักท่องเที่ยวคนแรกวันที่ 21 ตุลาคม 2568 นี้ แต่ทว่าห้องพักถูกบุ๊กกิ้งเต็มยาวข้ามปีในช่วงไฮซีซั่นเรียบร้อยแล้ว
JV ซินเท็ค x เอสซีเอ็กซ์
ทั้งนี้ โรงแรมแบรนด์ระดับโลกแห่งใหม่ The Standard, Pattaya Na Jomtien โครงการร่วมทุน หรือ JV-Joint Venture ระหว่าง SYNTEC ถือหุ้นสัดส่วน 55% และ SCX Corporation ในเครือ SC Asset ถือหุ้นสัดส่วน 45% รวมพลัง 2 ผู้นำในระบบนิเวศอสังหาฯ ผสานความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้าง-การลงทุนและพัฒนาธุรกิจ Hospitality เตรียมมอบประสบการณ์เหนือระดับผ่านเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ผสมผสานความสนุก แฟชั่น ศิลปะ และดีไซน์
โดยเลือกปักหมุดแห่งแรกของดีล JV บนทำเลศักยภาพภาคตะวันออกของไทย ชูจุดเด่นสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งบีชคลับ Esme แห่งแรก-รูฟท็อปบาร์-โซน Surf Shack ตอบโจทย์การพักผ่อนของนักท่องเที่ยวพัทยายุคใหม่ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งกระแสตอบรับของรีสอร์ตริมทะเลแห่งใหม่นี้ได้ทำยอด Prebooking ทะลุเป้า จองเต็มยาวข้ามปี สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นเต้นและความสนใจล้นหลาม หนุนแผนการกระจายพอร์ตการเติบโตของทั้ง 2 บริษัทตามเป้า ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 ตุลาคมนี้
โดย “สมชาย ศิริเลิศพานิช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SYNTEC เปิดเผยว่า ซินเท็คร่วมทุนกับ SCX Corporation รวมพลังกันในฐานะผู้นำในระบบนิเวศอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Ecosystem) ผสานความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างของบริษัท เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนและการพัฒนาธุรกิจ Hospitality ของ SCX Corporation
พัฒนาโรงแรมแบรนด์ระดับโลกแห่งใหม่ เดอะ สแตนดาร์ด พัทยา นาจอมเทียน เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับให้แก่นักท่องเที่ยว
“เดอะ สแตนดาร์ด พัทยา นาจอมเทียน เป็นโครงการที่ท้าทายทั้งด้านดีไซน์และโครงสร้าง เราได้ใช้ความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างในทุกขั้นตอน เพื่อให้การออกแบบที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์สามารถถ่ายทอดออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในมิติของความงาม ความแข็งแรง และฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ Hospitality ระดับพรีเมี่ยม” คำกล่าวของ CEO ซินเท็ค
สำหรับ ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น มีประสบการณ์ในธุรกิจมายาวนานกว่า 30 ปี ครอบคลุมทั้งการก่อสร้างคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล โรงแรม ศูนย์การค้า ศูนย์ราชการ ทั้งโครงการภาครัฐและภาคเอกชน ปัจจุบัน ซินเท็คได้ขยายธุรกิจไปสู่กลุ่มธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง อาทิ ธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบริหารจัดการพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ และธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ The Standard, Pattaya Na Jomtien The Standard, Pattaya Na Jomtien

บีชฟรอนต์+ไลฟ์สไตล์โฮเทล
สำหรับรายละเอียด เดอะ สแตนดาร์ด พัทยา นาจอมเทียน ออกแบบเป็นรีสอร์ตไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ จำนวน 161 ห้องพัก ตั้งอยู่บนทำเลนาจอมเทียน จุดหมายใหม่แห่งการพักผ่อนในพัทยา ทำเลประชิดชายหาดหรือบีชฟรอนต์ หาดที่โอบล้อมด้วยท้องทะเลที่เงียบสงบ ครบครันด้วยศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ทั้งศิลปะ แหล่งร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งอยู่ใกล้จุดหมายปลายทางด้านการลงทุนของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ภายในที่พักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครอบคลุมไลฟ์สไตล์การพักผ่อนริมทะเล อาทิ Esme บีชคลับแห่งแรกของเดอะ สแตนดาร์ด พัทยา นาจอมเทียน ห้องอาหารทะเล Sereia เสิร์ฟวัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่นย่างไฟด้วยความเชี่ยวชาญ, โซนสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น มอบประสบการณ์การพักผ่อนแบบส่วนตัว พร้อมบาร์ดีไซน์ทันสมัยและวิวทะเล
รวมถึงให้บริการสปาพอกโคลน อ่างแช่น้ำแข็ง ซาวน่า สระว่ายน้ำส่วนตัว และโซน Surf Shack โดยการพัฒนา เดอะ สแตนดาร์ด พัทยา นาจอมเทียน นับเป็นกลุ่มโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์แห่งที่ 4 ภายใต้พอร์ตของซินเท็ค ตามแผนงานการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
โชว์เคส SCX Hospitality
ขณะที่ “รชฎ นันทขว้าง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีเอ็กซ์ คอร์ปอเรชัน จำกัด หรือ SCX Corporation ผู้พัฒนาธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำสม่ำเสมอ (Recurring Income Business) ในเครือบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC Asset ระบุว่า ภาพรวมนักท่องเที่ยวพัทยายุคใหม่ มีไลฟ์สไตล์และความต้องการที่หลากหลาย มีทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะสั้น
ชาวไทย จีน อินเดีย มาเลเซีย เกาหลีใต้
กลุ่ม High-Spending Lifestyle Seekers ที่มองหาที่พักมีสไตล์ ให้ความสำคัญกับการออกแบบ ร้านอาหารเครื่องดื่ม กิจกรรมการท่องเที่ยวยามค่ำคืน (Night Life) ตลอดจนประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์
โดย เดอะ สแตนดาร์ด พัทยา นาจอมเทียน เป็นผลงานที่สะท้อนแนวคิดของ SCX Hospitality ในการสร้างแบรนด์โรงแรมระดับโลกให้เติบโตในทำเลศักยภาพของไทย เติมเต็มด้วยความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างของซินเท็ค ทำให้สามารถส่งมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ทั้งไทยและต่างชาติ
“เดอะ สแตนดาร์ด พัทยา นาจอมเทียน จะเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักเดินทางที่มองหาความสนุก แฟชั่น และศิลปะในบรรยากาศริมทะเล เราเชื่อว่าโครงการนี้จะยกระดับมาตรฐานการพักผ่อนของพัทยาให้ก้าวสู่ภาพลักษณ์ใหม่ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก” The Standard, Pattaya Na Jomtien
ความสำเร็จที่มาเร็วกว่าแผน
ทั้งนี้ SCX Corp เพิ่งปักหมุดการลงทุนสร้างพอร์ตรายได้รีเคอริ่งในปี 2563 เวลาผ่านไป 5 ปีเริ่มทยอยเก็บเกี่ยวรายได้จากการลงทุน โดยเฉพาะภายในไตรมาส 4/68 ธุรกิจโรงแรมมีอย่างน้อย 4 แห่ง ได้แก่ ย่านราชวัตร, โครโม่ สุขุมวิท, เดอะสแตนดาร์ด พัทยา นาจอมเทียน และโวโค ที่อยู่ระหว่างพัฒนาตั้งเป้าเปิดบริการปี 2572
ประเด็นน่าสนใจอยู่ที่ SCX เป็นบริษัทลูกของ SC Asset สามารถลงทุนได้ด้วยตัวเอง แต่บริษัทก็เลือกหนทางการเติบโตด้วยการเปิดดีล JV โปรเจ็กต์
“ธุรกิจรีเคอริ่งทั่วไปเป็นรูปแบบแคปิตอลอินเทนซีฟ ใช้เงินลงทุนค่อนข้างเยอะ กลยุทธ์เราง่าย หาพันธมิตรลงทุนด้วยกัน โอเปอเรต 3 ปี แล้วขายเข้ากองรีท (REIT-กองทรัสต์เพื่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์) นำเงินกลับเข้ามาเพื่อขยายงานสร้างการเติบโตต่อเนื่อง โมเดลก็คือ ธุรกิจโรงแรมเมื่อเปิดบริการแล้วมีอัตราเข้าพักหรือ Occupency Rate 80% ขึ้นไป ธุรกิจแวร์เฮาส์วางเป้าไว้ 100% จึงจะผลักดันเข้ากองรีท ส่วนธุรกิจออฟฟิศ ยังคงเมนเทน 4 ตึกหลักในปัจจุบัน พื้นที่รวม 120,000 ตร.ม. ขอรอดูซัพพลายที่สร้างเสร็จเยอะมากในตอนนี้”
ในภาพรวม 5 ปีของ SCX เปิดดีล JV ไปแล้วหลากหลายพันธมิตร อาทิ กลุ่มโตเกียวทาเทโมโมะ ญี่ปุ่น, ไดวะเฮาส์ ญี่ปุ่น, ซินเท็ค คอนสตรัคชัน, สยามมอเตอร์ กลุ่มพรประภา, ไอสโตร์ทำเซลฟ์สโตเรจ แนวโน้มแผนลงทุนปี 2569 คาดว่าจะมีเพิ่มเข้ามาได้อีก
ในแง่สัดส่วนการถือหุ้น “รชฎ” บอกว่า SCX มีความสนใจร่วมลงทุนโดยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เกิน 50% อย่างไรก็ตาม ดีล JV ต้องขึ้นกับความเหมาะสมแบบ Project by Project ตัวอย่างที่ดีในการอธิบายคือ เดอะ สแตนดาร์ด พัทยา นาจอมเทียน ดีลเดิมเป็นของกลุ่มซินเท็ค ที่ได้สิทธิเช่าที่ดินระยะยาว 30 ปี แต่สะดุดไปช่วงสถานการณ์โควิด หลังจากนั้นจึงได้เริ่มขยับแผนการลงทุนอีกครั้ง จนกระทั่งแมตชิ่งกันลงตัว ตอบคำถามว่าดีลนี้ซินเท็คจึงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และมีแนวโน้มจะสานต่อดีล JV กับซินเท็คในอนาคตทั้งใกล้และไกล
“ธุรกิจสร้างรายได้ประจำหรือรีเคอริ่ง ไม่ว่าจะทำเองหรือร่วมลงทุน บรรทัดสุดท้ายมีผลตอบแทนการลงทุนเท่ากัน แต่การร่วมกับพันธมิตรเปิดดีล JV ทำให้ SCX มีหลาย ๆ แห่งได้รวดเร็วขึ้น”
ซักเซสสตอรี่ใน 5 ปีของ SCX Corp ยังรวมถึงเป้าหมายใหญ่ตอนก่อตั้งบริษัทขึ้นมา คาดหวังทำรายได้รีเคอริ่งสัดส่วน 25% ของรายได้รวมของ SC Asset ภายใน 3 ปีหน้า อย่างไรก็ตาม คาดว่า ณ สิ้นปี 2568 รายได้รีเคอริ่งครองสัดส่วนถึง 17-18% แล้ว
ดังนั้น ปี 2569 อาจได้เห็นความเคลื่อนไหวแบบว้าว ๆ ในการลงทุนเชิงรุกของ SCX Corp เพราะผลงานถือว่าความสำเร็จมาเร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่