"ผักกาดหอม" มีประโยชน์อย่างไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง พร้อมโทษที่ควรรู้
ผักกาดหอม (ภาษาอังกฤษ : Lettuce) เป็นผักใบเขียวใบหยักที่หลายคนคุ้นเคยกันดี เพราะมักอยู่คู่กับจานอาหารสุขภาพอย่างสลัด หรือเมนูปิ้งย่างต่างๆ นอกจากเป็นผักที่หารับประทานง่ายแล้ว ผักกาดหอมยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมาย บทความนี้ ไทยรัฐออนไลน์จะพาไปทำความรู้จักประโยชน์ของผักกาดหอมให้มากขึ้น
"ผักกาดหอม" มีประโยชน์เพื่อสุขภาพมากกว่าที่คิด
ผักกาดหอม คือ ผักใบเขียวที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ เช่น วิตามินเอ วิตามินเค โฟเลต และใยอาหาร ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงสายตา เสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจอีกด้วย
นอกจากนี้ ผักกาดหอมจัดเป็นผักที่มีโพแทสเซียมต่ำ ผู้ป่วยโรคไตสามารถรับประทานได้ และยังมีแคลอรีต่ำจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก นิยมรับประทานสดในเมนูสลัด เป็นผักแนม หรือใช้เป็นเครื่องเคียงในอาหารไทยหลากหลายชนิด เช่น ข้าวเกรียบปากหม้อ สาคูไส้หมู และยำสลัดต่างๆ

"ผักกาดหอม" กินดิบได้ไหม ใช้ทำอะไรได้บ้าง เมนูง่ายๆ จากผักกาดหอม
ผักกาดหอมสามารถกินดิบได้เลย โดยเฉพาะผักที่ปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์หรือปลอดสารพิษ นิยมใช้ทำสลัด แซนด์วิช หรือทานคู่กับเนื้อย่าง การกินดิบจะช่วยคงคุณค่าทางอาหาร โดยเฉพาะวิตามินซีและเอนไซม์ธรรมชาติ แต่ควรล้างให้สะอาดด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำผสมเกลือ เพื่อลดสิ่งตกค้างหรือเชื้อโรคก่อนรับประทาน
ทั้งนี้ ผักกาดหอมสามารถนำมาใช้ประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งรับประทานสดและปรุงสุก เช่น
- กินสด คู่กับเมนูปิ้งย่าง สุกี้ หรือสลัด
- ทำเมนูห่อ เช่น ห่อหมูย่างเกาหลี ห่อเนื้อ หรือห่อข้าว
- ใส่ในซุปหรือผัดน้ำมันหอย ให้รสอ่อนนุ่ม
- ตกแต่งจานอาหาร เพิ่มสีสันให้เมนูต่างๆ ดูน่ารับประทานมากขึ้น

ผักกาดหอม มีรสชาติขมไหม
รสชาติของผักกาดหอมโดยทั่วไปจะไม่ขม แต่จะมีความหวานอ่อนและสดชื่น ยกเว้นบางพันธุ์หรือบางใบที่เก็บเกี่ยวช้าเกินไป อาจมีรสขมเล็กน้อยจากสาร "แลคตูซิน" (Lactucine) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติในยางของผักกาดหอม รสขมนี้มักไม่อันตราย และมักลดลงเมื่อผ่านการแช่น้ำหรือปรุงสุก
ข้อควรระวังในการรับประทาน "ผักกาดหอม"
การรับประทานผักกาดหอม ควรล้างให้สะอาดและควรบริโภคแต่พอดี เนื่องจากหากล้างไม่สะอาด อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย รวมไปถึงการปนเปื้อนของสารเคมีที่สะสมอยู่ในผักกาดหอม เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดอาการอาหารเป็นพิษ หรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพนั่นเอง
ผักกาดหอม ใช้เวลาปลูกกี่วัน
ผักกาดหอมเป็นพืชที่ปลูกง่ายและเจริญเติบโตเร็ว โดยทั่วไปใช้เวลา ประมาณ 45-60 วัน หลังเพาะเมล็ดก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และสภาพอากาศ หากปลูกในฤดูหนาวหรืออุณหภูมิเย็น ผักกาดหอมจะเจริญเติบโตดี ใบกรอบและมีรสชาติอร่อย ส่วนการปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์อาจใช้เวลาเพียง 35-45 วันเท่านั้น

ผักกาดหอมเป็นผักใบเขียวที่ทั้งอร่อย สดชื่น และมากด้วยคุณประโยชน์ ไม่ว่าจะกินดิบหรือปรุงสุกก็ให้รสชาติกลมกล่อม เหมาะสำหรับทุกมื้ออาหาร ใครที่อยากดูแลสุขภาพแบบง่ายๆ เริ่มได้จากการเพิ่มผักกาดหอมในจานอาหารทุกวัน