ร้านนี้ ‘มีฤทธิ์’ นี่แหละ Longevity! เสิร์ฟอาหารไทยที่ตอบได้ทุกโจทย์ แถมยัง zero waste
ร้านนี้ ‘มีฤทธิ์’ นี่แหละ Longevity! เสิร์ฟอาหารไทย ที่ตอบได้ทุกโจทย์ แถมยัง zero waste
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่มิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์และสื่อเครือมติชน ร่วมจัดงาน ”Food Carnival อร่อยเอาเรื่อง“ เทศกาลอาหารแห่งปี ที่จะชวนมาเปิดประสบการณ์ความอร่อย ทั้งกิน ฟัง เรียนรู้ และสร้างแรงบันดาลใจ ระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 12.00–21.00 น.
บรรยากาศวันที่ 2 ของการจัดงาน ซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ มีประชาชนเดินทางมาจับจายเลือกซื้ออาหารอย่างต่อเนื่อง โดยภายในงานได้รวบรวมร้านเด็ดกว่า 50 ร้าน ให้ประชาชนได้เต็มอิ่มไปกับ ร้านเด็ดโซเชียล ร้านในตำนานที่ไม่เคยออกบูธที่ไหนมาก่อน และร้านที่ได้รับรางวัลการันตี ซึ่งยกทัพกันมาแบบจัดเต็ม
นอกจากนี้ยังมี ‘ทอล์ก’ สุดพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และอาหาร ที่มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ เต็มอิ่มกับเรื่องราวหลากรสชาติ ทั้งแรงบันดาลใจ เทรนด์อาหารสมัยใหม่ เรื่องราวเบื้องหลังประวัติศาสตร์อาหาร พร้อมสาธิตเมนูประจำวันจากเชฟชื่อดัง ตลอดจนกิจกรรมอัดแน่นตลอดทั้งวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนึ่งในร้านที่ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงาน ได้แก่ ร้าน ‘มีฤทธิ์’ ที่นำเสนอเมนูอร่อยเพื่อสุขภาพ อาทิ หมั่นโถวสมุนไพรหมูตุ๋นน้ำส้มสายชูดำ, ก๋วยเตี๋ยวหลอดข้าวกล้องเห็ดย่าง และ ข้าวธัญพืชแฮมเบิร์กอกไก่ซอสเทอริยากิ

น.ส.มนัชญา กุลพงษ์วดี หรือ เชฟนาย ผู้ก่อตั้งร้าน ‘มีฤทธิ์’ กล่าวถึง ความพิเศษของ ‘เมนูข้าวเกรียบ’ ที่ทำมาจาก ‘ข้าวกล้อง’ โดยทำออกมาเป็น ‘รสแกงอ่อมอีสาน’ ปรุงรสโดยใส่น้ำปลาร้า ผักชีลาว ใส่พริกเหมือนทำแกงอ่อม ซึ่งมันต่อยอดมาจากการที่เราไปทำงานร่วมกับกลุ่มข้าว ที่จังหวัดนครราชสีม ร่วมกับจิมทอมปป์สัน โดยเราไปที่ภูมิภาคอีสาน จึงออกมาเป็นรสชาติอีสาน จากปกติใช้ข้าวธรรมดา ก็มีการปรับมาเป็นใช้ ‘ข้าวกล้อง’ ด้วย
“มันต่อยอดมาจากเรื่องของ zero waste ว่าข้าวที่เหลือ เราสามารถทำอะไรให้เกิดประโยชน์ได้บ้าง นอกจากเอามาทำข้าวผัด ซึ่งมันอาจจะจำเจ” น.ส.มนัชญากล่าว
เรียกได้ว่าเป็นข้าวก้นหม้อที่เอามาพัฒนาต่อยอด ให้ไม่สูญเปล่า กลายเป็น zero waste ?
น.ส.มนัชญากล่าวว่า ใช่เลย จริงๆ แล้วก็สามารถผสมได้อีกหลากหลายสูตร เราจะมีทั้งสูตรข้าว rice berry รสเห็ด และข้าวทับทิมชุมแพ รสมะเขือเทศ พัฒนาออกมา 3 รสในปัจุบัน

ได้ยินมาว่าเห็ดถือเป็น super food ในอนาคต ที่ได้ทั้งในมุม aging และสุขภาพองค์รวม เพราะให้โปรตีนที่สูง มองเห็นการต่อยอดในแนวทางนี้อย่างไรบ้าง
น.ส.มนัชญากล่าวว่า ถูกต้อง เพราะในตัวเห็ดมีเบต้ากูลแคน (Beta-Glucan) ซึ่งถ้าจะทานเมนูเห็ด เราแนะนำให้เอาเห็ดสัก 3 ชนิดขึ้นไป มาผสมผสานกัน จะได้สารอาหารครบถ้วนมากขึ้น
โดย ‘เบต้ากลูแคนในเห็ด’ จะแตกต่างจาก ‘เบต้ากลูแคนในข้าวโอ๊ต’ เพราะในเห็ดจะช่วยในเรื่องของหลอดเลือด และกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แต่ถ้าเป็นเบต้ากลูแคนในข้าวโอ๊ต จะช่วยเกี่ยวกับเรื่องของการคงตัวของไฟเบอร์ และเหมาะสำหรับการควบคุมน้ำหนัก แต่ก็มีประโยชน์คนละแบบ เหมาะกับเทรนด์ตอนนี้ที่คนนิยมควบคุมน้ำตาล และการทานอาหารเพื่อสุขภาพ
เรียกได้ว่า product นี้ นอกจากอร่อยแล้ว ยังได้ประโยชน์เต็มๆ เพราะได้ทำงานควบคู่กับงานวิจัย ?
น.ส.มนัชญาเปิดเผยว่า จริงๆ แล้ว ตอนนี้ตนกำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ เกี่ยวกับด้าน innovation พัฒนานวัตกรรมเกี่ยวกับสุขภาพ ยังไม่ได้ออกมาเป็น product ขายในท้องตลาด อยู่ระหว่างการพัฒนา ว่าเราสามารถเอาไอเทมอะไรมาพัฒนาต่อยอดได้บ้าง

ภาพประกอบข่าว
เมื่อถามว่า ส่วนตัวมองเห็นศักยภาพของอาหารไทยอย่างไรบ้าง?
น.ส.มนัชญาเผยว่า จริงๆ แล้วอาหารไทยมีดี วัตถุดิบไทยก็คือดีมาก แต่ว่าคนไทยอาจจะยังโปรโมตวัตถุดิบของเราได้ไม่มากเท่าที่ควร
“อย่างต่างชาติ บางคนเอาวัตถุดิบไทยมาสกัดสารนู่นนี่นั่น ขายกันเยอะแล้ว คนไทยอาจจะยังไม่เห็นถึงจุดนั้นว่าของเราก็มีดี จริงๆ อาหารและสมุนไพรมีดีมาก” น.ส.มนัชญาระบุ
เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้เราเห็นการพยายามผลักดันอาหารไทยสู่ Gastronomy แล้วก็ได้ยินมาว่า ฝรั่งเขาลงลึกถึงอาหารที่เป็นภูมิปัญญา ระหว่างที่ทำงานได้มีการค้นพบเรื่องราวเหล่านี้อย่างไรบ้าง?
น.ส.มนัชญากล่าวว่า ระหว่างการทำงาน ก็มีการค้นพบหลายอย่างเหมือนกัน ที่เขาบอกว่าอาหาร Wellness Longevity (เทรนด์อายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ) ที่พูดถึงกันในช่วงนี้ ก็คืออาหารที่อยู่ในกลุ่มเหล่านี้
เท่าที่คนยอมรับเรื่องสูตร ก็จะเป็นอาหารสไตล์เมอดิเตอร์เรเนียน แต่จริงๆ แล้วอาหารไทยก็เมดิเตอร์เรเนียนเหมือนกันเพราะใน concept ของเราคือ ผักผลไม้หลากสี เรากินผักหลายอย่าง แล้วถ้าเป็นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ก็จะกินเนื้อปลา หรือเนื้ออะไรที่ย่อยง่ายนิดนึง เนื้อแดงก็จะกินลดลงมา เพื่อลดการอักเสบของร่างกาย ส่วนคาร์โบไฮเดรตก็จะทานเป็นข้าวกล้อง หรือข้าวไม่ขัดสี
“จริงๆ อาหารไทยตอบได้หมดเลย ‘น้ำพริก’ ก็ยังได้ แล้วยิ่งถ้าได้ทานอาหารที่หมุนเวียนตามฤดูกาล ก็จะยิ่งเหมาะกับสภาพร่างกายของเราที่อาจะต้องปรับตัวไปตามสภาพภูมิอากาศในช่วงเวลานั้นๆ ด้วย” น.ส.มนัชญาชี้

คนไทยอาจไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ เหมือนเราอยู่กับมันจนชิน ซึ่งจริงๆ เรามีของที่ดีมีวิธีการกิน เช่น กินอันนี้ แล้วกินอันนั้นตามจะช่วยดักไขมันได้ หรือส่งเสริมกัน?
น.ส.มนัชญากล่าวว่า เหมือนอย่างเรากินของทอด สมมติกินขนมปังหน้าหมู ที่มีความอมน้ำมัน แล้วเราก็ทานผักดองที่เป็นแตงกวา หรืออะไรที่มีฤทธิ์เย็น เพื่อมาหักล้างกัน อาหารไทยมีวิธีการกินแบบนี้เยอะมาก
เมื่อถามว่า ในงานนี้ทางร้านขนเมนูอะไรมานำเสนอบ้าง แต่ละเมนูมีความพิเศษอย่างไร ?
น.ส.มนัชญาเผยว่า ที่ร้านนอกจากมีข้าวเกรียบแล้ว เรายังมี ‘หมั่นโถวสมุนไพรหมูตุ๋นน้ำส้มสายชูดำ’ ซึ่งตัวหมั่นโถวเรานวดด้วยตัวสมุนไพร เป็นดอกอัญชันและดอกคำฝอย ซึ่งเป็นสมุนไพรพื้นบ้านของไทย
ส่วนตัว ‘หมูตุ๋น’ เราใช้น้ำส้มสายชูดำ จากอำเภอเบตง ที่เขาหมักบ่มจากโรงบ่มโบราณ 200 ปี ซึ่งจะได้ในเรื่องของโพรไบโอติก (Probiotic) เพิ่มขึ้นมาด้วย
“แล้วถ้าเอาหมูไปตุ๋นแล้ว ไบโอติกมันจะเหมือนตายไปหรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วจะได้ตัวโพสต์ไบโอติก (Postbiotics) ซึ่งมีประโยชน์เหมือนกัน แล้วเราก็จะรับประทานคู่กับผักดอง มีหอมแดงดอง มีพริกดอง ทานคู่กันช่วยแก้เลี่ยนได้ด้วย
อีกเมนูคือ ‘ก๋วยเตี๋ยวหลอดข้าวกล้องเห็ดย่าง’ เป็นเมนูแพลนท์เบส ตัวซอสถ้าเห็นเมนูถัดไปจะเป็น ‘ข้าวธัญพืชแฮมเบิร์กอกไก่ ซอสเทอริยากิ’ ซึ่งเราเพิ่มตัว โคโค่นัทอะมโน (coconut amino) เข้าไป เพราะว่าซอสตัวนี้ของที่ร้าน จริงๆ เราเสิร์ฟคู่กับเต้าหู้กับเห็ดย่างด้วย ซึ่ง 2 ตัวนี้พอมันเป็น Plant based ปุ๊บคนที่อาจจะไม่ได้ทานเนื้อสัตว์ อาจจะขาด amino acid บางอย่าง เขาจึงเติมตัวโคโค่นัทอะมิโนเข้าไป เพื่อให้ได้สมดุลร่างกายครบถ้วน
นอกจากนี้ทางร้าน ยังได้ออกบูธที่งานนี้เป็นครั้งแรก โดยมีบริการรับออกงานนอกสถานที่ด้วย ซึ่งช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ จะมีเมนูพิเศษที่เตรียมเปิดตัว โดยหน้าร้าน‘มีฤทธิ์’ ตั้งอยู่ที่ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย 14 ซึ่งอาหารของร้านจะเป็นสไตล์ healthy, comfort food

เมื่อถามถึงเป้าหมายของร้าน เนื่องจากเมนูค่อนข้างเข้ากับเทรน wellness ?
น.ส.มนัชญาเปิดเผยว่า จริงๆ แล้วเราแค่อยากสนับสนุนคนในชุมชน เพราะทุกเมนูที่ทำเราทำราคาเข้าถึงง่าย เพื่อให้คนรู้สึกว่าจริงๆ แล้วสุขภาพที่ดี เป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ ไม่จำเป็นต้องจ่ายเกินตัว
“สุขภาพที่ดีควรเป็นสิ่งที่ทุกคนควรได้รับ ซึ่งมันจะต้องเริ่มต้นด้วยการกิน อีกอย่างเรายังเห็นด้วย ว่าการกินที่ดีจะนำมาสู่สุขภาพที่ดี ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณของชาติในด้านการรักษาพยาบาลได้ด้วยในทางอ้อม”
“ส่วนตัวเราเป็นคนชอบกินของอร่อย เมื่อก่อนทำงานที่ชีวาศรม ซึ่งก็จะต้องใช้วิชานี้เข้ามาเยอะ เราเลยรู้สึกว่าถ้าเราจะต้องทำอาหารสุขภาพ ที่มันเป็นไลฟ์สไตล์ มันไม่ควรจะ come and go แต่ควรจะต้อง ทำได้บ่อยๆ ทำกินได้ตลอด ยิ่งถ้ามันทั้งสุขภาพดีควบคู่ไปกับความอร่อยได้ ก็จะอยู่ได้ยืนยาว แล้วเราก็จะดูแลตัวเองได้นาน
ที่สำคัญคือต้องเป็นวัตถุดิบท้องถิ่น (local0 ที่ต้องหาได้จากใกล้บ้าน หมุนเวียนตามฤดูกาลด้วยก็จะยิ่งดี” น.ส.มนัชญากล่าว
ทั้งนี้ Food Carnival อร่อยเอาเรื่อง สร้างสรรค์กิจกรรมครบทุกมิติ ทั้งกิน ฟัง เรียนรู้ และสร้างแรงบันดาลใจ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 ตุลาคมนี้ เวลา 12.00-21.00 น. ที่ มิวเซียมสยาม โลเกชั่นสุดคลาสสิก กับบรรยากาศสบาย ๆ เสียงดนตรีเพราะ ๆ และรสชาติที่จะทำให้คุณเชื่อว่า Food Carnival “อร่อยเอาเรื่อง” คืออีกหนึ่งเทศกาลอาหารดีที่สุดที่ไม่อยากให้พลาด

ภาพประกอบข่าว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่