ครึ่งปีแรก 2568 บ้านมือสองแห่ขายท่วมตลาด สวนทาง “ดีมานด์” หดตัว 8-11%
- Q2/68 แห่ประกาศขายมือสองต่อเนื่อง
- ราคาต่ำล้านโอนกระหึ่ม 35% สะท้อนตลาดแมสมีดีมานด์สูง
- นายหน้า-บุคคลธรรมดา ดันยอดขายสูงสุด 6.8 หมื่นล้านบาท
- ”บ้านเดี่ยว” นำโด่งแชมป์ประกาศขายมากสุด
- ”กรมบังคับคดี” ขายบ้านมือสองราคาต่ำล้านมากสุด
- “สุราษฎร์ธานี” แห่ขายบ้านมือสองเพิ่มเกือบ 100%
- ซัพพลายล้นสวนทาง “ดีมานด์” หดตัว 8-11%
- กลุ่มราคา 7.5-10 ล้าน มือสองโอนลดลงมากสุด 18-19%
- จังหวัดท็อป 10 โอนบ้านมือสองลดลงถ้วนหน้า
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า REIC จัดทำบทวิเคราะห์ เรื่อง “สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ ไตรมาส 2/68 รวบรวมข้อมูล
จากการประกาศขายผ่านเว็บไซต์
Q2/68 แห่ประกาศขายมือสองต่อเนื่อง
และข้อมูลที่อยู่อาศัยมือสองของสถาบันการเงินของรัฐและเอกชน บริษัทบริหารสินทรัพย์ภาครัฐและเอกชน และกรมบังคับคดี ที่ประกาศขายผ่านเว็บไซต์ตลาดนัดบ้านมือสอง พบว่า มีหน่วยและมูลค่าประกาศขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 34.6 และร้อยละ 5.6 ตามลำดับ เทียบกับไตรมาส 2/67
รวมทั้งเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/68 ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าร้อยละ 4.7 และร้อยละ 26.4 ตามลำดับ
สำหรับทรัพย์ที่ประกาศขายในไตรมาส 2/68 ส่วนใหญ่เป็นบุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ ร้อยละ 36.3 โดยบ้านเดี่ยวมีการประกาศขายมากที่สุดร้อยละ 44.1
ขณะที่คอนโดฯ-บ้านเกือบทุกประเภทมีจำนวนหน่วยและมูลค่าเพิ่มขึ้น ยกเว้นห้องชุดที่มีหน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 แต่มีมูลค่าลดลงร้อยละ -15.6 เนื่องจากมีห้องชุดมือสองราคาถูกเข้ามาในตลาด ทำให้ราคาเฉลี่ยลดจาก 6.0 ล้านบาทในไตรมาส 2/67 เหลือเฉลี่ย 4.3 ล้านบาทในไตรมาส 2/68
ในด้านราคาที่ประกาศขาย พบว่า ร้อยละ 28.6 ไม่เกิน 1.00 ล้านบาท ส่วนที่อยู่อาศัยกลุ่มราคาไม่เกิน 7.50 ล้านบาท มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจำนวนหน่วยและมูลค่า ตรงกันข้ามกับกลุ่มราคาเกิน 7.50 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งแม้จะมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 54.5 ของมูลค่าตลาดทั้งหมด
แต่กลับปรับตัวลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/67 เนื่องจากซัพพลายในตลาดมือสองราคานี้ถูกดูดซับออกไปอย่างต่อเนื่อง จากมาตรการผ่อนปรน LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ครอบคลุมทุกระดับราคา
ราคาต่ำล้านโอนกระหึ่ม 35% สะท้อนตลาดแมสมีดีมานด์สูง
ด้านการโอนกรรมสิทธิ์มือสอง มีจำนวนหน่วยและมูลค่าลดลงร้อยละ -8.6 และร้อยละ -11.1 ตามลำดับ
เทียบกับไตรมาส 2/67 โดยบ้านเดี่ยวมีหน่วยการโอนมากที่สุด สัดส่วนร้อยละ 41.5
ขณะที่หน่วยการโอนกรรมสิทธิ์มือสองส่วนใหญ่ต่ำกว่า 1.00 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 35.1 สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงมองหาที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่สามารถเข้าถึงได้
แม้ว่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองโดยรวมอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1/68 มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า ร้อยละ 18.2 และร้อยละ 16.8 ตามลำดับ
แนวโน้มตลาดบ้านมือสองมีบทบาทในการรองรับความต้องการของผู้บริโภค ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และเป็นแรงสำคัญที่ช่วยพยุงการโอนกรรมสิทธิ์โดยรวมไม่ให้หดตัวรุนแรง ในช่วงครึ่งปีหลัง 2568
นายหน้า-บุคคลธรรมดา ดันยอดขายสูงสุด 6.8 หมื่นล้านบาท
สำหรับ “ซัพพลายที่อยู่อาศัยมือสอง” ที่มีการประกาศขายทั่วประเทศ ณ สิ้นไตรมาส 2/68 มีจำนวน 189,382 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.6 มูลค่า 758,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.6 เทียบกับไตรมาส 1/67 และถ้าเทียบกับไตรมาส 1/68 จำนวนหน่วยและมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 และร้อยละ 26.4 ตามลำดับ
“ผู้ขายที่อยู่อาศัยมือสอง” เรียงตามจำนวนประกาศขาย ดังนี้ 1.บุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ มีจำนวนหน่วยประกาศขาย 68,834 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 36.3 แต่มีมูลค่ามากที่สุด 508,179 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 67.0 มีราคาเฉลี่ยสูงสุด 7.4 ล้านบาทต่อหน่วย
2.กรมบังคับคดี 67,641 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 35.7 มูลค่า 120,301 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 15.9
3.สถาบันการเงินเฉพาะกิจ หน่วยประกาศขาย 24,858 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 13.1 มูลค่า 44,393 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 5.9
4.บริษัทบริหารสินทรัพย์ ประกาศขาย 21,905 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 11.6 มูลค่า 58,347 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 7.7
5.ธนาคารพาณิชย์ ประกาศขายและมูลค่าน้อยที่สุด 6,144 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 3.2 มูลค่า 27,282 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 3.6
ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/67 กรมบังคับคดีประกาศขายเพิ่มมากที่สุดร้อยละ 210.1 มูลค่าเพิ่มมากที่สุดร้อยละ 213.1 รองลงมา ได้แก่ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ หน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2
สำหรับบุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ หน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 แต่มูลค่าลดลงร้อยละ -7.9, ณะที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ หน่วยลดลงร้อยละ -1.6 แต่มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.0 และธนาคารพาณิชย์ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าร้อยละ -11.9 และร้อยละ -13.1 ตามลำดับ
สะท้อนว่าซัพพลายทรัพย์มือสองที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นทรัพย์ของกรมบังคับคดี ซึ่งมีสาเหตุมาจากภาวะหนี้สินของภาคครัวเรือนระดับสูง ทำให้ประชาชนบางส่วนไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามกำหนด จนนำไปสู่การเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี
”บ้านเดี่ยว” นำโด่งแชมป์ประกาศขายมากสุด
ในด้าน “ประเภทที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขาย” 3 อันดับแรก มีดังนี้ 1. บ้านเดี่ยว จำนวน 83,612 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 44.1 มูลค่า 426,993 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 56.3 ของที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั้งหมด
2.ทาวน์เฮาส์ จำนวน 57,052 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 30.1 มูลค่า 121,006 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 16.0
3.ห้องชุด จำนวน 39,973 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 21.1 มูลค่า 170,402 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 22.5
4.อาคารพาณิชย์ จำนวน 5,576 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 2.9 มูลค่า 30,757 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 4.1
5.บ้านแฝด จำนวน 3,169 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 1.7 มูลค่า 9,344 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 1.2
เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/67 ที่อยู่อาศัยมือสองมีจำนวนหน่วยประกาศขายเพิ่มขึ้นทุกประเภท โดยบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้นมากที่สุดร้อยละ 50.0 รองลงมา ทาวน์เฮาส์และบ้านแฝด เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.9 ห้องชุดเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 และอาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7
ด้านมูลค่าพบว่า เกือบทุกประเภทเพิ่มขึ้น โดยบ้านแฝด เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.3 รองลงมา ทาวน์เฮาส์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.0 บ้านเดี่ยว เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.2 และอาคารพาณิชย์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 ขณะที่ห้องชุดมีมูลค่าการประกาศขายลดลงร้อยละ -15.6
”กรมบังคับคดี” ขายบ้านมือสองราคาต่ำล้านมากสุด
ส่วน “ราคาขายที่อยู่อาศัยมือสอง” 3 อันดับแรก มีดังนี้ 1.ราคาไม่เกิน 1.00 ล้านบาท มีจำนวนมากที่สุด 54,199 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 28.6 แต่มีมูลค่ารวม 30,597 ล้านบาท สัดส่วนน้อยที่สุดร้อยละ 4.0 ของที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั้งหมด โดยกรมบังคับคดีประกาศขายมากสุดสัดส่วนร้อยละ 65.6
2.ราคา 1.01-1.50 ล้านบาท จำนวน 29,460 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 15.6 มูลค่า 37,035 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 4.9 โดยกรมบังคับคดีประกาศขายมากสุด สัดส่วนร้อยละ 44.1
3.ราคา 2.01-3.00 ล้านบาท จำนวน 28,463 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 15.0 มูลค่า 70,619 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 9.3 โดยบุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ประกาศขายมากสุด สัดส่วนร้อยละ 47.1
เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/67 ราคาไม่เกิน 7.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า ในจำนวนนี้ราคาไม่เกิน 1.00 ล้านบาท เพิ่มมากที่สุดทั้งหน่วยและมูลค่าร้อยละ 82.4 และร้อยละ 89.4 ตามลำดับ
ส่วนราคามากกว่า 7.50 ล้านบาท มีจำนวนและมูลค่าลดลง โดยราคามากกว่า 10.00 ล้านบาท ลดลงมากที่สุดทั้งหน่วยและมูลค่าร้อยละ -9.8 และร้อยละ -6.1 ตามลำดับ
“สุราษฎร์ธานี” แห่ขายบ้านมือสองเพิ่มเกือบ 100%
ถัดมา “ที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั่วประเทศ” ประกาศขายสูงสุด 10 จังหวัดแรก พบว่า ณ สิ้นไตรมาส 2/68 ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ชลบุรี เชียงใหม่ ปทุมธานี ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครปฐม ระยอง มีสัดส่วนรวมกันร้อยละ 79.5 ของที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั่วประเทศ
แสดงให้เห็นว่าซัพพลายที่อยู่อาศัยมือสองยังคงมีการประกาศขายมากที่สุดในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยวใกล้เคียงกับไตรมาส 1/68
โดยกรุงเทพฯ ประกาศขายมากสุด 43,274 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 22.9 มูลค่า 344,257 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 45.4 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/67 มีหน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 แต่มูลค่าลดลงร้อยละ -10.9 ราคาขายเฉลี่ย 8.0 ล้านบาท ลดลงจากราคาเฉลี่ย 9.1 ล้านบาทต่อหน่วย และเป็นการประกาศขายห้องชุดมากที่สุด
จังหวัดอันดับที่ 2-10 มีหน่วยรวมกันร้อยละ 36.5 มูลค่ารวมกันร้อยละ 34.1 โดย “ภูเก็ต” ตั้งขายเฉลี่ยสูงสุด 8.3 ล้านบาทต่อหน่วย
หากเทียบกับไตรมาส 2/67 จังหวัดอันดับที่ 2-10 มีการประกาศขายที่อยู่อาศัยมือสองเพิ่มขึ้นทุกจังหวัด โดย “สุราษฎร์ธานี” เพิ่มขึ้นสูงสุด ร้อยละ 91.9 ประเภทบ้านเดี่ยวมากสุด รองลงมา “เชียงใหม่” มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 39.1 ประเภทบ้านเดี่ยวมากสุด และ “นครปฐม” เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.7 ประเภททาวน์เฮาส์มากสุด
ซัพพลายล้นสวนทาง “ดีมานด์” หดตัว 8-11%
ไฮไลต์อยู่ที่ “ดีมานด์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสอง” มีดังนี้
“การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ ในไตรมาส 2/68 มีจำนวน 50,292 หน่วย ลดลงร้อยละ -8.6
มูลค่า 101,304 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -11.1 เทียบกับไตรมาส 2/67
แต่เทียบกับไตรมาส 1/68 ภาพรวมการโอนมือสองกลับปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านจำนวนหน่วยและมูลค่า ร้อยละ 18.2 และร้อยละ 16.8 ตามลำดับ สะท้อนความต้องการในตลาดบ้านมือสองที่ขยายตัวขึ้นอย่างชัดเจนในไตรมาสนี้ ได้รับแรงหนุนจากมาตรการลดค่าโอนและจดจำนองเป็นสำคัญ
เมื่อพิจารณารายประเภท พบว่า ส่วนใหญ่เป็นการโอนบ้านเดี่ยว 21,281 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 42.3 มูลค่า 47,016 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 46.4 จะเห็นว่าการมือสองลดลงทุกประเภท โดยห้องชุดหน่วยลดลงมากสุดร้อยละ -13.1 มูลค่าลดลงร้อยละ -18.0
กลุ่มราคา 7.5-10 ล้าน มือสองโอนลดลงมากสุด 18-19%
“การโอนมือสองทั่วประเทศ แยกตามระดับราคา” ณ ไตรมาส 2/68 ลดลงทุกระดับราคา ส่วนใหญ่ไม่เกิน 1.00 ล้านบาท มีจำนวน 17,650 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 35.1 รองลงมา ราคา 2.01-3.00 ล้านบาท 9,151 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 18.2
ขณะที่ด้านมูลค่า ราคา 2.01-3.00 ล้านบาท มีการโอนมากสุด สัดส่วนร้อยละ 22.7 มูลค่า 22,999 ล้านบาท รองลงมาราคา 3.01-5.00 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 18.3 มูลค่า 18,499 ล้านบาท
โดยพบว่าราคา 7.51-10.00 ล้านบาท มีหน่วยและมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ลดลงมากสุดร้อยละ -18.8 และร้อยละ -19.0 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/67
จังหวัดท็อป 10 โอนบ้านมือสองลดลงถ้วนหน้า
ด้าน “การโอนมือสองทั่วประเทศ แยกตามจังหวัด” 10 จังหวัดแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ภูเก็ต นนทบุรี เชียงใหม่ สมุทรปราการ ปทุมธานี ระยอง สงขลา นครราชสีมา มีสัดส่วนรวมกันร้อยละ 69.2 ใกล้เคียงกับไตรมาส 1/68
โดยกรุงเทพฯ มีการโอนมือสองมากสุดจำนวน 10,028 หน่วย สัดส่วนร้อยละ 19.9 มูลค่า 28,621 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 28.3
มูลค่าโอนสูงสุด 10 อันดับแรก มีมูลค่าลดลงเกือบทุกจังหวัด โดยปทุมธานีมูลค่าลดลงมากสุดร้อยละ -18.7 ขณะที่สงขลาและนครราชสีมามีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 และร้อยละ 3.9

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่