รู้จัก เส้นแก้ว ทางเลือกเมนูเส้น ถูกใจสายสุขภาพ ต่างจากเส้นบุกอย่างไร

ปฏิเสธไม่ได้ว่า "เมนูเส้น" เป็นหนึ่งในอาหารจานโปรดของคนไทย แต่สำหรับสายสุขภาพที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและปริมาณแคลอรี การเลือกชนิดของเส้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ และในบรรดาทางเลือกเพื่อสุขภาพเหล่านั้น "เส้นแก้ว" คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง

เส้นแก้วไม่ได้มีลักษณะใสคล้ายวุ้นเส้นเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมคุณสมบัติที่โดดเด่นไม่แพ้ "เส้นบุก" ที่เป็นทางเลือกยอดนิยมมาก่อนหน้า เราจะพาไปทำความรู้จักเส้นแก้วให้มากขึ้น พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่างกับเส้นบุก และไขข้อสงสัยว่าแบบไหนที่ตอบโจทย์สุขภาพของคุณได้มากกว่ากัน

ประโยชน์ของเส้นแก้ว

เส้นแก้ว (Kelp Noodle) ทำมาจาก สาหร่ายทะเลสีน้ำตาล (Kelp) โดยนำมาผ่านกระบวนการสกัดจนได้เส้นที่มีลักษณะใสคล้ายวุ้นเส้น แต่มีความอวบและหนากว่า เนื้อสัมผัสกรุบกรอบและไม่มีรสชาติ จึงนำไปปรุงอาหารได้หลากหลาย

ข้อดีของเส้นแก้ว

  1. แคลอรีต่ำมาก เส้นแก้ว 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 20 กิโลแคลอรี เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือจำกัดปริมาณพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน
  2. มีใยอาหารสูง ช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้น และช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย (อย่างไรก็ตามบางข้อมูลระบุว่าใยอาหารในเส้นแก้วน้อยกว่าเส้นบุก)
  3. ไม่มีไขมันและคอเลสเตอรอล จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเส้นที่ทำจากแป้งหรือไข่
  4. อุดมด้วยแร่ธาตุ เนื่องจากทำจากสาหร่ายทะเล จึงมีแร่ธาตุอย่างไอโอดีน แคลเซียม และโซเดียมอยู่บ้าง

ประโยชน์ของเส้นแก้ว, ข้อดีของเส้นแก้ว, ข้อเสียของเส้นแก้ว, เมนูเส้นแก้วที่น่าลอง, เส้นแก้ว ต่างจาก เส้นบุก อย่างไร?, เส้นแก้ว กับ เส้นบุก แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่ากัน

ทั้งเส้นแก้วและเส้นบุก มีข้อดีตรงที่แคลอรีต่ำมาก มีไฟเบอร์สูง จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก (ภาพจาก iStock)

ข้อเสียของเส้นแก้ว

  1. เนื้อสัมผัสที่แข็งเมื่อยังไม่ผ่านความร้อน ทำให้บางคนรู้สึกว่าเส้นแข็งหรือกระด้างเกินไป การนำไปลวกหรือปรุงผ่านความร้อนจะช่วยให้เส้นนุ่มขึ้น
  2. มีผลต่อการขับถ่าย แม้ว่าเส้นแก้วจะมีใยอาหาร แต่ถ้ากินมากเกินไปและดื่มน้ำไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด หรือลำไส้ทำงานหนักได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะลำไส้อักเสบ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

เมนูเส้นแก้วที่น่าลอง

ด้วยความที่เส้นแก้วไม่มีรสชาติและสามารถทานได้เลยโดยไม่ต้องลวก (หากชอบความกรุบแข็ง) จึงเหมาะสำหรับเมนูที่ไม่ต้องใช้เวลาปรุงนาน เช่น

ประโยชน์ของเส้นแก้ว, ข้อดีของเส้นแก้ว, ข้อเสียของเส้นแก้ว, เมนูเส้นแก้วที่น่าลอง, เส้นแก้ว ต่างจาก เส้นบุก อย่างไร?, เส้นแก้ว กับ เส้นบุก แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่ากัน

เมนูยำเส้นแก้ว (ภาพจาก iStock)

  • ยำเส้นแก้วทะเล/ไก่สับ ยำวุ้นเส้น (ใช้แทนวุ้นเส้น)
  • สลัดโรลเส้นแก้ว สลัดเส้นแก้วไก่ฉีก
  • ผัดไทยเส้นแก้ว สุกี้เส้นแก้ว แกงจืดเส้นแก้ว กุ้งอบเส้นแก้ว (ใช้แทนวุ้นเส้น)

นอกจากนี้ยังสามารถนำไปทำเป็นเมนูของหวานคล้ายลอดช่อง หรือน้ำแข็งใส เพื่อเพิ่มความกรุบกรอบให้กับการเคี้ยวมากขึ้น

เส้นแก้ว ต่างจาก เส้นบุก อย่างไร?

แม้ว่าเส้นแก้วและเส้นบุกจะเป็น "เส้นทางเลือกสุขภาพ" ที่มีแคลอรีต่ำเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญทั้งในด้านแหล่งที่มา โภชนาการ และเนื้อสัมผัส

เส้นแก้ว (Kelp Noodle) 

  • ทำจากสาหร่ายทะเลสีน้ำตาล ลักษณะเส้นใสกว่าเส้นบุก หน้าตาคล้ายวุ้นเส้นแต่เส้นใหญ่กว่า ให้เนื้อสัมผัสที่กรุบกรอบ เป็นเอกลักษณ์ เส้นแก้วขนาด 100 กรัม มี 20 กิโลแคลอรี ลักษณะไฟเบอร์หรือใยอาหารเป็นใยอาหารทั่วไป
  • จุดเด่นของเส้นแก้วคือมีแคลอรีต่ำ มีแคลเซียมและโซเดียมเล็กน้อย สามารถนำมารับประทานได้หลายวิธี ทั้งกินแบบสด หรือนำไปผ่านความร้อนด้วยการลวก ผัด หรือต้มให้เส้นนุ่มขึ้น

เส้นบุก (Konjac Noodle) 

ประโยชน์ของเส้นแก้ว, ข้อดีของเส้นแก้ว, ข้อเสียของเส้นแก้ว, เมนูเส้นแก้วที่น่าลอง, เส้นแก้ว ต่างจาก เส้นบุก อย่างไร?, เส้นแก้ว กับ เส้นบุก แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่ากัน

เส้นบุก ลักษณะเส้นมีสีขาวขุ่น เนื้อสัมผัสหนึบหนับ ต่างจากเส้นแก้วที่กรุบกรอบและเส้นใสคล้ายวุ้นเส้น (ภาพจาก iStock)

  • ทำจากหัวบุก (พืชตระกูลบอน) มีลักษณะเส้นขุ่นกว่าเส้นแก้ว หรือสีน้ำตาลอ่อน ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม หนึบหนับ คล้ายเส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นบุกขนาด 100 กรัม มี 10 กิโลแคลอรี
  • ในเส้นบุกมีใยอาหารแบบ "กลูโคแมนแนน" สูง ซึ่งเป็นไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำได้ สกัดมาจากรากของพืช บุก (Konjac) โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ เมื่อผสมกับน้ำจะสามารถพองตัวได้มากและกลายเป็นเจล นอกจากนำไปใช้ในอาหารเป็นสารให้ความหนืดและเพิ่มใยอาหารแล้ว ยังมีการนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก ลดระดับน้ำตาลในเลือด แก้ท้องผูก และมีประโยชน์ต่อสุขภาพอื่นๆ อีกด้วย

เส้นแก้ว กับ เส้นบุก แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่ากัน

สำหรับคำตอบนี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายด้านสุขภาพของเราเอง เช่น

เน้นการลดน้ำหนักและจำกัดแคลอรี

  • เส้นบุก อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะให้พลังงานที่ต่ำกว่าเส้นแก้วเล็กน้อย (ประมาณ 10 Kcal ต่อ 100 กรัม) และมีไฟเบอร์ชนิด "กลูโคแมนแนน" ที่มีคุณสมบัติพองตัวในกระเพาะอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มได้ดีกว่ามาก และช่วยในเรื่องการขับถ่าย พร้อมลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด

เน้นรสชาติอร่อยและเนื้อสัมผัสที่แตกต่าง

  • เส้นแก้ว มีเนื้อสัมผัสที่กรุบกรอบเป็นเอกลักษณ์ที่เส้นบุกไม่มี สามารถนำไปทำเมนูยำหรือสลัดได้อร่อย และทานสดได้เลย

อย่างไรก็ตาม ทั้งเส้นแก้วและเส้นบุกมีข้อควรระวังร่วมกันคือมีใยอาหารสูงมาก ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะลำไส้อุดตัน และไม่ควรใช้แทนมื้ออาหารหลักโดยปราศจากโปรตีนและสารอาหารสำคัญอื่น ๆ

ไม่ว่าจะเลือก "เส้นแก้ว" ที่กรุบกรอบหรือ "เส้นบุก" ที่นุ่มหนึบหนับ สิ่งสำคัญคือการนำไปปรุงอาหารด้วยวิธีที่ดีต่อสุขภาพ ไม่เน้นรสชาติจัดจ้าน หวาน หรือเค็มจัดจนเกินไป เพื่อเป็นทางเลือกเมนูเส้นดีต่อสุขภาพอย่างที่ต้องการ