ซีพี แอ็กซ์ตร้า เผยโฉมอาณาจักรความสุข 15,000 ล้าน ‘Happitat’ บางนา ก.ม.7

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจค้าปลีก และประธานคณะผู้บริหารกลุ่มสายงานบริหารพื้นที่ศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมแล้วสำหรับการนำเสนอต้นแบบการทำ Destination Creation ที่แรก บนถนนบางนา-ตราด กม.7

ด้วยการลงทุน 15,000 ล้านบาท พัฒนาโครงการ Happitat ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ เติมเต็มทั้งความสุขและโอกาส บนศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ใจกลางบางนา ผสานธรรมชาติ เทคโนโลยี และประสบการณ์ไม่ซ้ำใคร บนพื้นที่กว่า 2 แสน ตร.ม. มีกำหนดเปิดให้บริการเดือนเมษายน ปี 2569 นี้

ปัจจุบัน ย่านบางนากำลังกลายเป็นย่านศักยภาพสูงแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ แวดล้อมด้วยประชากร 1.19 ล้านคน มีโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครัน ทั้งทางด่วน รถไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม ทำให้บางนาเป็นศูนย์กลางของที่อยู่อาศัยและฮับเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ Happitat เกิดจากวิสัยทัศน์ในการ ‘สร้างจุดหมาย หรือ Destination แห่งความสุข’ ให้กับประเทศไทย เริ่มด้วยการทำให้ Happitat เป็น Pioneer ของการเป็น The Magical Destination of Happiness จุดหมายแห่งใหม่ของครอบครัวและคอมมูนิตี้ของบางนา เมืองศักยภาพแห่งใหม่ และประตูสำคัญสู่ภาคตะวันออก

“เราเชื่อว่า Destination ที่ดี ไม่เพียงแต่ดึงดูดผู้คน แต่ยังเชื่อมโยงเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน ดังเช่นการพัฒนาเมืองระดับโลก เรามั่นใจว่าประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และย่านบางนา ก็กำลังอยู่บนเส้นทางเดียวกัน”

นายสมพงษ์กล่าวว่า ในฐานะที่เรามีรากฐานจากธุรกิจค้าปลีกมายาวนาน เราอยากต่อยอดไปไกลกว่านั้น ไม่ใช่แค่ขายสินค้า แต่เพื่อสร้าง New S-curve ของธุรกิจรีเทล ด้วยโครงการ Happitat ที่มีเป้าหมายในการสร้างมิติแห่งความสุขใหม่ให้กับชุมชน (Smart & Happy Community Center)

มุ่งสู่การเป็น Destination แห่งอนาคต ที่ตอบโจทย์ชีวิตผู้คน ทั้งในมิติของความสุข ความสัมพันธ์ และการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เพื่อสร้างความสุขอย่างถาวร

นอกจากนี้ เรายังจะใช้ความเชี่ยวชาญด้านไฮเปอร์มาร์เก็ตอันดับหนึ่งของประเทศ คัดสรรสินค้าที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค พร้อมเตรียมเปิดตัวศูนย์รวมสินค้าคุณภาพรูปแบบใหม่ที่คัดสรรจากแหล่งผลิตชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

นายวิสิทธิ์ อุดมกิจโชติ ผู้อำนวยการใหญ่ โครงการ Happitat กล่าวเพิ่มเติมว่า ไฮไลต์โครงการ Happitat ออกแบบให้เป็นอาณาจักรแห่งความสุข จำนวน 3 อาคาร ที่มีคอนเซ็ปต์แตกต่างกันออกไป โดยได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ถ่ายทอดออกมาเป็นงานสถาปัตยกรรมและการออกแบบตกแต่งภายในที่โดดเด่น

ในส่วนของการออกแบบอาคาร มี Foster + Partners ผู้ออกแบบชั้นนำระดับโลก มาร่วมเป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบ วางผัง และงานสถาปัตยกรรมโครงการ ผ่านความร่วมมือกับ บริษัท เอฟแอนด์พี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อยกระดับมาตรฐานอาคารให้มีความล้ำสมัยและสอดคล้องกับแนวคิดด้านความยั่งยืน

ส่วนการออกแบบภายใน ลูกค้าจะได้สัมผัสความสวยงามของการตกแต่งที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ แต่ละชั้นมีดีไซน์ที่แตกต่างกัน โดยมี BUG Studio มาช่วยถ่ายทอดและรังสรรค์ความมหัศจรรย์นี้ไว้อย่างลงตัว

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการ Happitat คือการออกแบบเส้นทางประสบการณ์ (Journey & Experience Design) โดยร่วมมือกับ Mr. Bill Coan ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการวางแผนธีมพาร์คระดับโลก มาเป็น Happitat Journey Designer

เพื่อให้ทุกจุดของ Happitat มอบความสุขให้แก่ทุกคนได้อย่างแท้จริงตั้งแต่ก้าวแรก ด้วยการตกแต่งและ Vibe ที่ไม่มีที่ไหนเหมือนอย่างแน่นอน

บริษัทตั้งเป้าอัตราการเช่าพื้นที่ร้านค้า 85% ในการดำเนินงานภายในปีแรก และตั้งเป้าผู้ใช้บริการรวมไม่ต่ำกว่า 19 ล้านคนต่อปี แบ่งเป็นกลุ่มครอบครัว 60% กลุ่มวัยทำงาน 30% และกลุ่ม Active YOLD 10%

โครงการ Happitat (แฮปปี้แทท) เป็นโครงการในเครือ บริษัท แอ็กซ์ตร้า แฮปปี้แทท จำกัด มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 2 แสน ตร.ม. ประกอบไปด้วยอาคารหลัก 3 อาคาร ดังนี้

1.อาคารบลูมมินัส (Bloominas – A Premium Community of Lifestyle) คอมมูนิตี้และไลฟ์สไตล์แห่งความสุข ร้านค้า ร้านอาหารในคอนเซ็ปต์พิเศษ ฯลฯ ศูนย์รวมสินค้าคุณภาพรูปแบบใหม่จากแหล่งผลิตชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

อาทิ แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ / ร้านอาหารและคาเฟ่ ตั้งแต่สวนลอยฟ้า (Pocket Garden) ไปจนถึงรูฟท็อปเรสเตอรองท์ (Rooftop Restaurant), สุขภาพและเวลเนส ตอบโจทย์คนรักสุขภาพและใส่ใจดูแลตัวเอง ด้วย Wellbe Fitness จากต่างประเทศเปิดตัวครั้งแรกในไทย ให้บริการดูแลสุขภาพเพื่อทั้งครอบครัว

Grand Stairs Digital Screen: จอดิจิทัลขนาดใหญ่ที่นำเสนอคอนเทนต์ระดับโลก และประสบการณ์ Immersive (World Class Immersive Content)

2.อาคารวันเดอร์ไวลด์ (Wonderwild – Places for Families) ‘ศูนย์กลางกิจกรรมสำหรับครอบครัว’ รวบรวมพื้นที่เสริมทักษะสำหรับเด็ก เวิร์กชอปสร้างสรรค์ อาคารสำนักงาน และ Lotus’s Eatery ความโดดเด่นของอาคาร

อาทิ Whimsical Market แลนด์มาร์กแฟนตาซีแห่งความสุข โดดเด่นด้วยต้นไม้ความสูงเท่าตึก 3 ชั้น เต็มไปด้วยแสง สี เสียง และประติมากรรมที่เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในธีมพาร์ค, Daily Delicious มิชลินฟู้ดฮอลล์ที่คัดสรรร้านอาหาร เสิร์ฟความอร่อยให้กับทุกเจเนอเรชัน

Family Play Time สนามเด็กเล่นลอยฟ้า, Edutainment Zone ศูนย์รวมกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใหญ่และดีที่สุดในบางนา ครอบคลุมเวิร์กชอป คอร์สเสริมทักษะ และกิจกรรมที่ออกแบบให้เด็กและผู้ใหญ่สามารถเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกันได้ทั้งในห้องเรียนและกลางธรรมชาติ

เดอะ ฮิลล์ท็อป ออฟฟิศ (The Hilltop Offices – Premium Office with Nature View) พื้นที่สำนักงานจำนวน 10 ชั้น (ชั้น 6–15) ออกแบบตามมาตรฐานการดีไซน์ระดับโลก โดยคำนึงถึงทั้ง ความสุขในการทำงาน และ การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและผืนป่า รองรับมาตรฐานสากล LEED Gold และ WELL Gold

3.อาคารเฟสตี้ ทาวน์ (Festie Town – Happening Space for All) ศูนย์กลางจัดอีเวนต์ การแสดง และโชว์สุดตื่นตาตื่นใจตลอดทั้งปี ออกแบบพื้นที่เป็น Semi-Outdoor เปิดรับแสงธรรมชาติ โดดเด่นด้วยร้านค้าแบบ Duplex และ Triplex รองรับการทำ Flagship Store เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ได้อย่างเต็มที่

ไฮไลต์อาคาร ได้แก่ ลูมิส เธียเตอร์ ฮอลล์ (Lumis Theater Hall) ฮอลล์ขนาดความจุ 400 คน เป็นโรงละครเพื่อการแสดง โชว์ต่างๆ และเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการจัดอีเวนต์ กิจกรรม งานประชุม งานสัมมนา และงานแสดงสินค้า หรือจัดงานเนื่องในโอกาสพิเศษต่างๆ

 

ร้านค้าที่มาในคอนเซ็ปต์ที่มีอัตลักษณ์พิเศษ อาทิ ร้านหนังสือ ร้านดอกไม้ คาเฟ่ ร้านอาหารแบบ Quick dine-in และ Rooftop Urban Farm, Lotus’s Privé ไลฟ์สไตล์ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ 7-11, Pet Destination พร้อมศูนย์ดูแลสุขภาพและสินค้าพรีเมียมสำหรับสัตว์เลี้ยงครบวงจร

“การออกแบบกิจกรรมที่นี่จะเป็นแบบ Together Activities ทุกคนในครอบครัวทำกิจกรรมร่วมกันได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ ทั้งในโลกจริง และโลกเสมือนจริง ผ่านประสบการณ์ Phygital Gamification ทั้ง Augmented Reality / Virtual Reality และ AI Assistance อีกด้วย

“Happitat เป็นที่แรกในไทย ที่มี KPI เป็นความสุขของคนที่มาเยือน ด้วยการใช้ Happiness Index ผ่านเทคโนโลยี AI Camera เพื่อวัดรอยยิ้มของผู้มาเยือน ใช้เป็นตัวชี้วัด ทั้งด้านอารมณ์ ความพึงพอใจ ผลตอบรับ และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ต่อยอดให้เป็นประโยชน์ต่อคู่ค้า และลูกค้า

เพื่อนำมาพัฒนาบริการและยกระดับ Happitat ให้ส่งมอบความสุขและประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น มาที่ Happitat มหัศจรรย์ความสุขเกิดขึ้นได้ทุกวัน” นายวิสิทธิ์กล่าวสรุป

ภาพประกอบข่าว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่