คิกออฟโมเดล “ปลูกข้าวด้วยนวัตกรรมโซลูชันครบวงจร”ชูศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุข

นายคาซึโนริ ทานิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า สยามคูโบต้ามุ่งขับเคลื่อนนโยบายหลักเพื่อก้าวสู่การเป็น “Global Major Brand” ในฐานะผู้นำธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตร-นวัตกรรมการเกษตรของประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ผ่าน Smart Farming ควบคู่กับการบริหารจัดการตามหลัก K-ESG ที่เน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ ล่าสุดสยามคูโบต้าได้ต่อยอดโครงการ “ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า” เปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า – บ้านพระแก้ว แห่งที่ 7 จังหวัดชัยนาท ซึ่งพัฒนาเป็นชุมชนต้นแบบนวัตกรรมโซลูชันเพาะปลูกข้าวครบวงจร ภายใต้การสนับสนุนของสยามคูโบต้า ผ่านกิจกรรมการเกษตรที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต และต่อยอดสู่เป้าหมายในการสร้างสรรค์ชุมชนต้นแบบเกษตรคาร์บอนต่ำในอนาคต

คิกออฟโมเดล “ปลูกข้าวด้วยนวัตกรรมโซลูชันครบวงจร”ชูศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุข

ด้าน นายวิทยา ชพานน์ รองผวจ.ชัยนาท กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดชัยนาทมีนโยบายมุ่งเน้นการพัฒนาเกษตรและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการขับเคลื่อน “ชัยนาทโมเดล” ที่ส่งเสริมอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งได้นำแนวคิด BCG Economy มาใช้ยกระดับการปลูกข้าวรักษ์โลกและสินค้าเกษตรปลอดภัย ควบคู่ไปกับการผลักดันเศรษฐกิจฐานราก การพัฒนาตลาดชุมชน ตลอดจนการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตชุมชน เพื่อเสริมสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับประชาชนจังหวัดชัยนาทอย่างรอบด้าน ซึ่งการเข้ามาช่วยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ จากภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยี-นวัตกรรมการเกษตร ของสยามคูโบต้า ถือเป็นการสานต่อนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยการสนับสนุนองค์ความรู้ในการปลูกข้าวและปลูกผักเชิงพาณิชย์ที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีแบบครบวงจร ไม่เพียงสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในชุมชน แต่ยังเป็นการหลอมรวมพลังของชุมชนภาคการเกษตรที่เข้มแข็ง พร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงท่ามกลางความท้าทายของภาคเกษตรกรรมไทย

นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด  กล่าวว่า สำหรับศูนย์เรียนรู้ฯ บ้านพระแก้วแห่งนี้ ถือเป็นแห่งแรกของภาคกลางที่สยามคูโบต้าได้เข้าไปสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนผลิตพันธุ์พืชบ้านพระแก้ว ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เพื่อพลิกโฉมสู่การเป็นชุมชนเกษตรต้นแบบด้านนวัตกรรมโซลูชันเพาะปลูกข้าวครบวงจร เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่ ด้านการพัฒนาการเกษตร ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพาะปลูกข้าวด้วยวิธีการเกษตรครบวงจร KUBOTA (Agri) Solutions หรือ KAS ทั้งการทำนาดำ นาหยอดน้ำตม และนาหยอดแห้ง อีกทั้งนำร่องปลูกข้าวด้วยแนวทางเกษตรคาร์บอนต่ำ เกษตรปลอดนาหว่าน เกษตรปลอดการเผา การปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง และการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

 ด้านการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด ส่งเสริมการเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ตลอดทั้งปีด้วยการปลูกพืชมูลค่าสูง (High Value Crop) ได้แก่ พืชผักสวนครัวเชิงพาณิชย์ ที่ได้มาตรฐาน GAP และพัฒนาต่อยอดเป็นโรงคัด ตัด แต่งและบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP เพื่อเป็นจุดรวบรวมผลผลิตของสมาชิกภายในกลุ่มเกษตรกรและเป็นแหล่งสร้างงานสร้างรายได้ของชุมชน โดยปัจจุบันชุมชนฯ มีผลผลิตที่ได้รับมาตรฐานการผลิตพืช GAP จำนวน 9 ชนิด ได้แก่ โหระพา ต้นหอม มะเขือ พริกจินดา ผักชีฝรั่ง ผักชีไทย ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง และขึ้นฉ่าย โดยอาศัยกระบวนการปลูกที่นำระบบ IoT มาใช้ทำให้สามารถรักษามาตรฐานการผลิตและควบคุมผลผลิตได้อย่างแม่นยำ ด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ยกระดับด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยวางแผนโครงสร้างการบริหารจัดการกลุ่มอย่างเป็นระบบเพื่อให้กลุ่มเกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

 นายบุญฤทธิ หอมจันทร์ ประธานวิสาหกิจชุมชนผลิตพันธุ์พืชบ้านพระแก้ว เปิดเผยว่า สมาชิกส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ประสบปัญหาในการทำนาแบบดั้งเดิมซึ่งเผชิญกับอุปสรรคหลายด้าน อาทิ ปัจจัยด้านต้นทุนการผลิต ราคาปุ๋ยและสารเคมี ที่สูงขึ้น รวมถึงเมล็ดพันธุ์คุณภาพที่มีราคาสูง แต่กลับได้ผลผลิตน้อยและไม่ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน ราคาข้าวที่ผันผวน และสภาพอากาศที่แปรปรวน เกษตรกรจึงต้องอยู่ในภาวะขาดทุน การได้รับความสนับสนุนจากสยามคูโบต้าที่เข้ามาพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตพันธุ์พืชบ้านพระแก้ว ตั้งแต่ปี 2563 จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้กลุ่มเกษตรกรได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น