‘แซมมี่ ชนิตา’ มิสซิสไทยแลนด์เวิลด์ 2025 แม่ยุคใหม่ ใช้ AI สร้างสุข

ในโลกที่ใครหลายคนอาจมองว่าความฝันของผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจบลงไปพร้อมกับพิธีวิวาห์ แต่สำหรับ “ชนิตา ศรีดาเกษ เครธอร์น” หรือแซมมี่ มิสซิสไทยแลนด์เวิลด์ 2025 (Mrs.Thailand World 2025) ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า…ความฝันไม่มีวันหมดอายุ ความหวังและแรงบันดาลใจยังคงผลิบานได้เสมอ

แซมมี่ เป็นอดีตนักเรียนทุนรัฐบาลไทย จบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ (University of Edinburgh) จากสหราชอาณาจักร และปริญญาโทด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน เคยดำรงตำแหน่งนักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการในกระทรวงพาณิชย์ และอยู่ในทีมเลขานุการของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก่อนจะไปร่วมงานกับองค์กรเอกชนระดับนานาชาติในสิงคโปร์และฮ่องกง เคยดำรงตำแหน่งในภาครัฐ ฐานะโฆษกประจำผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก่อนจะผันตัวมาทำงานด้านการสื่อสารเพื่อภาคสังคม และปัจจุบันทำงานด้านสื่อสารองค์กรและสิทธิเด็กกับองค์กร เซฟ เดอะ ชิลเดรน ไทยแลนด์ (Save the Children Thailand) หรือมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย ที่เธอรักและตั้งใจ

เธอแต่งงานกับสามีชาวอังกฤษ และมีลูกชายวัย 6 ขวบชื่อ “อเล็กซ์” ชีวิตดูเหมือนจะ “ลงตัว” แต่…หัวใจของผู้หญิงที่อยากสวมสายสะพาย “นางงาม” ยังไม่เคยดับ

“ตอนที่รู้ว่ามีเวที Mrs.Thailand World แซมมี่ไม่อยากเชื่อเลยว่ามีเวทีแบบนี้จริงๆ สำหรับผู้หญิงแต่งงานแล้ว”

เธอลงลึก ค้นคว้าทุกมุมของเวที ตั้งแต่ระดับประเทศจนถึงระดับโลก และพบว่า Mrs.World คือเวทีที่ให้ผู้หญิงได้ “พูด” ในสิ่งที่เธอเชื่อและอยากขับเคลื่อนสังคม ไม่ใช่แค่ยืนสวยบนเวที

ภาพประกอบข่าว

“แซมมี่รู้เลยว่า ถ้าไม่ลองตอนนี้ ปีหน้าอาจสายไป เพราะตอนนี้อายุ 37 แล้ว”

จากแรงบันดาลใจนี้ เธอจึงตัดสินใจเดินตามความฝันครั้งเก่า เมื่อครั้งเป็นสาวน้อยที่เคยอยากประกวดนางงามในวัย 21 ปี เวทีนี้เปิดโอกาสให้ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ผู้หญิงที่มีลูก หรือแม้กระทั่งผู้หญิงที่ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก มาแสดงศักยภาพและพลังของตัวเองได้อย่างเต็มที่

“เราไม่ได้เป็นแค่ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว แต่เราคือผู้หญิงที่ยังมีไฟและแรงบันดาลใจที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้”

ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น แซมมี่ใช้เวทีนี้เป็นแพลตฟอร์มเพื่อส่งสารที่ลึกซึ้งและเปี่ยมด้วยพลังแห่งความรักต่อแม่และครอบครัว และจากประสบการณ์ส่วนตัวของแซมมี่ ทั้งการพยายามมีลูกกว่า 10 เดือน ความผิดหวัง ความเศร้า และความเหนื่อยหลังคลอด รวมถึงการเป็นแม่ที่ต้องจัดการงานบ้าน งานออฟฟิศ และจิตใจตัวเอง เธอรู้ดีว่า “แม่ก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่เครื่องจักรผลิตความรักให้คนอื่น โดยไม่รักตัวเอง”

ภาพประกอบข่าว

โครงการ “Sammy Save the Mothers” จึงเกิดขึ้นเพื่อ สร้างสุขภาพจิตให้กับแม่ โดยร่วมกับ Save the Children และกำลังเตรียมร่วมมือกับ UN Women เพื่อนำเทคโนโลยีเสริมพลังหญิง

“แม่ที่มีความสุข คือแม่ที่พร้อมมอบรักและความอบอุ่นให้กับลูกได้อย่างไม่มีเงื่อนไข”

และนี่คือสิ่งที่ทำให้แซมมี่ไม่ใช่แค่ตัวแทนมิสซิสไทยแลนด์เวิลด์ธรรมดาๆ เธอเป็นผู้หญิงที่เชื่อในพลังของเทคโนโลยี AI ซึ่งเธอได้นำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการประกวด และนำมาเป็นเครื่องมือในการช่วยแม่ๆ ในโครงการของเธอ โดยการลงพื้นที่จริงในจังหวัดนครนายก สอนแม่ 50 คนให้รู้จักและใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพื่อ “คืนเวลา 5 ชั่วโมงให้แม่” ไปดูแลสุขภาพกาย-ใจ และใช้ชีวิตของตัวเองได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนค่าใช้จ่าย การจัดการงานบ้าน หรือแม้กระทั่งการสร้างรายได้จากทักษะที่มี AI กลายเป็นผู้ช่วยที่เพิ่มเวลาว่างให้แม่ได้นำไปดูแลตัวเองมากขึ้น

ภาพประกอบข่าว

ด้วยความเชี่ยวชาญในการใช้เอไอ แซมมี่บอกตรงๆ ว่า “เธอมงลงเพราะเอไอ”

โดยเธอใช้ AI อย่างมีเป้าหมาย ในการเตรียมตัวทุกอย่าง ในช่วงการประกวดที่ให้ผู้เข้าประกวดแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านการนำเสนอ Creative Nakhon Nayok เธอได้แรงบันดาลใจจากดอกสุพรรณิการ์ ที่บานสะพรั่งทุกหน้าหนาวตามเส้นทางถนนรังสิต-นครนายก โดยนำเสนอความเข้มแข็งและความงามของผู้หญิงผ่านชุดสุพรรณิการ์แดงทอง พร้อมแต่งเพลงประกอบการแสดงชุดด้วยตัวเองโดยการใช้ AI ชื่อเพลง “สุพรรณิการ์ไม่แพ้ใคร” ที่มีท่อนจบอันทรงพลังว่า “The world will stop and stare at every woman in Nakhon Nayok.”

ภาพประกอบข่าว

“แซมมี่ใช้ ChatGPT กับเครื่องมือ AI มา 3-4 ปีแล้ว” เธอเล่า “และพยายามสอนแม่ๆ ในโครงการ Sammy Save the Mothers ให้ใช้ AI เพื่อคืนเวลาให้กับตัวเอง”

Mrs.Thailand World เผยถึงความสำคัญของเอไอว่า ถึงข้อมูลของเอไอมีขนาดที่ใหญ่มาก แล้วเราสามารถปรับให้เป็นรูปแบบของเราได้ ถ้าเราใช้เขามากเท่าไหร่ เขาก็จะเรียนรู้เรามากเท่านั้น

เรียกว่า เอไอ จะเป็นผู้ช่วยคนหนึ่ง และถ้าเราเริ่มตอนนี้ เราก็จะสามารถใช้เขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และต่อไปเอไอจะเหมือนอินเตอร์เน็ต ที่ตอนนี้อินเตอร์เน็ตอยู่ในทุกที่ของชีวิตเรา ซึ่งต่อไปเอไอก็จะเป็นแบบเดียวกัน วิวัฒนาการก็จะเป็นไปมากยิ่งขึ้น

“ไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพไหนก็ตาม ทั้งแม่บ้านหรือซีอีโอ ถ้าคุณยังไม่ได้เริ่มตอนนี้ คุณก็จะตกรถ ตามเพื่อนไม่ทัน และเอไอจะอยู่ต่อไป เขาจะทำงานมากยิ่งขึ้น เขาจะมาเป็นผู้ช่วยให้เรา ที่จะทำให้ชีวิตเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่เราต้องเป็นคนที่สอนเขาว่า สิ่งที่เราต้องการให้เป็นคืออย่างไร”

สำหรับเส้นทางการเป็นแม่ในแบบ “แซมมี่” เธอไม่เชื่อในแนวคิดที่ว่า “แม่ต้องเสียสละทุกอย่างให้ลูกทุกอย่าง”

“แซมมี่กับสามีตกลงกันว่า ความสัมพันธ์ของเราต้องมาก่อน เพราะถ้าเรามีความสุข ลูกเราก็จะมีความสุข เวลาเราใช้ชีวิต เราทำงานกันเป็นทีม เพราะนั้นทุกการตัดสินใจเราจะปรึกษากันเสมอ”

ทั้งนี้ เธอจะพาลูกชายเข้าสู่ทุกโมเมนต์ของการประกวด ทั้งวันที่เหนื่อย จนน้ำตาไหล และวันที่คว้ามง ลูกก็กอดเธอแน่น

“เขาไม่ใช่แค่ลูกที่ต้องทำตามสิ่งที่เราต้องการเสมอ เราปฏิบัติกับเขาเหมือนเพื่อนร่วมโลกคนหนึ่ง ใช้เหตุผลในการเลี้ยงลูก และให้ความเคารพเขา เพราะเมื่อเราเคารพเขา เขาก็จะเคารพเรา และในการประกวดครั้งนี้เขาเป็นพยานในความพยายามของฉัน เป็นกำลังใจ และเป็นส่วนหนึ่งของมงกุฎนี้ และเส้นทางนี้ก็ยังไปต่อ เพราะเราต้องไปประกวดระดับโลก และเราก็จะขนกันไปทั้งครอบครัว”

การเป็นแม่ของแซมมี่ ไม่ใช่แค่การเลี้ยงดูลูกชายอเล็กซ์วัย 6 ขวบ แต่ยังหมายถึงการเรียนรู้ที่จะรักตัวเองและเติมเต็มความสุขของตนเองด้วย เพราะแม่ที่มีความสุข คือแม่ที่พร้อมจะมอบความรักและความอบอุ่นได้อย่างเต็มที่

หลังคว้าตำแหน่ง Mrs. Thailand World 2025 เป้าหมายถัดไปของแซมมี่ คือการคว้ามงระดับโลกที่ลาสเวกัสภายใน 6 เดือนข้างหน้า และในระยะยาว เธอมุ่งเป็นกระบอกเสียงให้ “แม่” ในเรื่องของ ความสุข ความเข้าใจตัวเอง และการใช้เทคโนโลยีอย่างมีเป้าหมาย เพื่อเติมเต็มศักยภาพที่สังคมมองข้าม

ภาพประกอบข่าว

“อย่าถามตัวเองว่า ‘วันนี้ลูกมีความสุขไหม?’ แต่ให้เริ่มถามว่า วันนี้ฉันมีความสุขไหม? ” เธอฝากถึงแม่ทุกคน

“แม้แค่ 5 นาที ที่คุณจะได้แต่งหน้า ถ่ายรูปลงโซเชียล หรือออกไปทานข้าวกับเพื่อน ก็ทำให้คุณกลับมามีพลังได้ คุณไม่ต้องเป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบ แค่เป็นแม่ที่มีความสุข ก็เพียงพอแล้ว”

เส้นทางของแซมมี่คือบทพิสูจน์ว่า ไม่ว่าใครจะผ่านบทบาทไหนในชีวิตมา การมีความฝันและกล้าที่จะทำตามความฝันนั้น ไม่มีคำว่าสายเกินไป และทุกคนสามารถเป็นเจ้าของเวทีแห่งชีวิตของตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ

แซมมี่ ชนิตา ศรีดาเกษ เครธอร์น คือแรงบันดาลใจของผู้หญิงยุคใหม่ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ก็สามารถเดินตามความฝันและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกใบนี้ได้”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่