อาชีพที่ยั่งยืนปลูกใบยาเตอร์กิช บริษัทส่งออกเป็นพี่เลี้ยงดูแลตั้งแต่ปลูกถึงเก็บเกี่ยว

นครพนม เป็นจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เป็นที่ราบลุ่ม มีที่ราบสูงและภูเขาอยู่บ้าง มีแม่น้ำสายสั้น ๆ เป็นสาขาย่อยแยกจากแม่น้ำโขงมาหล่อเลี้ยงความอุดมสมบูรณ์ภายในพื้นที่ พื้นที่ส่วนใหญ่มีแม่น้ำโขงไหลผ่าน จึงนับว่าเป็นจังหวัดที่มีแหล่งน้ำที่สมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก
หนึ่งในจำนวนพืชที่ชาวบ้านเพาะปลูกมาช้านานหลังทำนาคือใบยาสูบใบยาเตอร์กิช
ใบยาเตอร์กิชเป็นใบยาที่ค่อนข้างแตกต่างจากใบยาอื่นๆ เพราะเป็นใบยาบ่มแดด ทำให้มีความหอมเฉพาะตัวจากแว็กซ์ หรือเรซิ่นที่สะสมอยู่ในใบยา ยิ่งแว็กซ์มากยิ่งทำให้ใบยาหอมมาก ซึ่งคุณสมบัตินี้เป็นที่ต้องการของตลาดยาสูบ แต่ หากน้ำเยอะทำให้ใบใหญ่สวยงามแต่แว็กน้อยและไม่หอม

อาชีพที่ยั่งยืนปลูกใบยาเตอร์กิช บริษัทส่งออกเป็นพี่เลี้ยงดูแลตั้งแต่ปลูกถึงเก็บเกี่ยว
นางไสคำ สิทธิชำนาญ เกษตรกร ต.หนองฮี อ.ปาปาก จ.นครพนม บอกถึงวิธีการปลูกใบยาเตอร์กิช ว่า ยึดอาชีพปลูกใบยาเตอร์กิชมาตั้งแต่รุ่นพ่อ มีบริษัทส่งออกให้นำแนะนำตั้งแต่ปลูกถึงการเก็บเกี่ยว รวมทั้งรับซื้อ โดยหลังจากเกี่ยวข้าวเสร็จ ก็จะเริ่มเตรียมดิน ในแปลงนาที่เก็บเกี่ยวแล้ว ด้วยการไถพรวนดินทำ แบบไถดะ 2-3 ครั้ง ความลึก 30-40 เซนติเมตร เพื่อให้รากสามารถเจริญเติบโตได้ดี และต้นยายาสามารถรอดได้ในช่วงสภาพแห้งแล้ง แล้วคราดดินให้เรียบเก็บหญ้าออก ตากดินทิ้งไว้ 1-2 สัปดาห์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคและวัชพืช
จากนั้นทำการไถพรวนอีก แล้วยกแปลงสูง 15-20 เซนติเมตร ขนาดความกว้าง 1 เมตร ความยาวแปลง 10เมตร จากนั้นในช่วงเดือนตุลาคม ถึงพฤศจิกายน จะทำการปลูกจำนวน 30,000 ถึง 40,000 ต้นต่อ 1 ไร่ การเตรียมแปลงเพาะกล้าโดยการไถพรวนดิน แล้วทำการยกรองแปลงแล้วปรับผิวหน้าแปลงงให้ เสมอ นำเมล็ดยาสูบที่ได้มาจากบริษัทส่งออก หวานให้ทั่วแปลง ดูแลรดน้ำ ประมาณ25-30 วัน
หลังจากหว่านกล้าเสร็จทางบริษัทผู้ส่งออกจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้คำแนะนำในการดูแลรักษาแปลงกล้า โดยให้คลุมหน้าแปลงกล้าด้วยแกลบ หรือฟางข้าว ถ้าเป็นแกลบใช้ 2 ปี๊บ/ แล้วรดโครคัส ครึ่งซองผสมกับ เจที แชมป์ ครึ่งซอง/น้ำ 10 ลิตร รด 1 แปลงกล้า เพื่อป้องกันโรคโคนเน่า และหากสารเคมียังเหลือ ใช้โครคัส ครึ่งซองผสมกับ เจที แชมป์ ครึ่งซอง/น้ำ 10 ลิตร รดบริเวณรอบๆแปลงกล้า เพื่อป้องกันมดและแมลงกระชอนมาทำลายเมล็ดยาสูบ หลังหว่านเมล็ดได้ 3 วัน ให้เก็บฟางข้าวออกเล็กน้อย หลังจากนั้นเว้นระยะห่าง 2 วัน ให้เก็บออกอีกรอบ จนกระทั่งต้นกล้าอายุได้ 10 วัน จึงเก็บฟางออกหมดช่วงสัปดาห์แรก รดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น รดให้ชุ่ม หลังจากนั้นรดวันละ 1 ครั้ง อายุต้นกล้าที่พอเหมาะในการย้ายปลูกต้องไม่เกิน 30-40 วัน เพื่อจะได้จำนวนใบต่อต้นมาก
ก่อนย้ายปลูก 4-5 วัน รดเจที แชมบ์ 1 ซองต่อน้ำ 10 ลิตร หลังจากนั้นงดให้น้ำ ก่อนย้ายปลูก เพื่อสร้างความแข็งแรงให้ต้นกล้า ก่อนถอนกล้าไปปลูกต้องรดน้ำให้ชุ่มแล้วทิ้งไว้ 15-20 นาที จึงค่อยถอนย้ายต้นกล้าไปปลูกควรเลือกต้นกล้าที่แข็งแรงปราศจากโรค การทดสอบโดยถอนต้นกล้ามาพันรอบนิ้วมือแล้วไม่หักแสดงว่าต้นกล้าแข็งแรง หลังจากย้ายต้นกล้าไปปลูกในไร่หมดแล้ว ให้ไถกลบเศษซากต้นกล้าภายใน 15 วัน เพื่อกำจัด ซื้อโรคในดิน อีกทั้งเป็นการเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับดิน จึงย้ายปลูกในแปลงงที่เตรียมไว้ ระยะปลูก 10 x 40 เซนติเมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ใช้ต้นกล้า32,000-40,000 ต้น จากนั้นเริ่มเก็บเกี่ยวได้หลังย้ายปลูกได้ประมาณ 30-45 วัน หรือดูที่ต้นยาเริ่มออกดอก ควรเริ่มเก็บในช่วงเช้าไม่เกิน 09.30 น.ถ้าเก็บสายกว่านี้ใบยาจะเหี่ยว ซึ่งห้ามเก็บ 5-6ใบยาล่างให้เด็ดทิ้ง เพราะเป็นใบยาที่ไม่มีคุณภาพให้เก็บใบที่7 ขึ้นไปเก็บครั้งละ8-15 ใบต่อครั้ง เก็บแต่ละครั้งให้ห่างกัน 4-5 วัน หลังการเก็บเกี่ยวแล้ว เกษตรกรจะนำใบยาตากแดดนาน 15 - 20 วัน เพื่อส่งขายตามขั้นต่อต่อไป
“อาชีพการปลูกใบยา ถือเป็นอาชีพที่ยั่งยืน รู้ราคาก่อนปลูก ไม่เหมือนอาชีพเกษตรชนิดอื่นที่ปลูกแล้วไม่รู้ราคาขาย ที่ผ่านมาการปลูกข้าวถือเป็นอาชีพหลัก แต่ปัจจุบัน ปลูกข้าวเป็นอาชีพรอง ปลูกใบยาเป็นอาชีพหลัก สามารถส่งเสียลูกหลานให้เรียนจบสูงๆได้”